TOP 10 บทความยอดนิยม

ดูทั้งหมด
แจก EA & อินดิเคเตอร์

คำนวณ Lot Size Scalping: สูตรหาขนาดไม้ไม่ให้พอร์ตแตก (มือใหม่)

พฤศจิกายน 25, 2025

คำนวณ Lot Size Scalping: สุดยอดคู่มือการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันพอร์ตแตก (ฉบับมืออาชีพ 2024)

ในโลกของการเทรด Scalping ที่รวดเร็วและผันผวน การทำความเข้าใจและการประยุกต์ใช้หลักการบริหารเงินทุน (Money Management) อย่างเคร่งครัดนั้นมิใช่แค่เรื่องสำคัญ แต่เป็นหัวใจหลักที่ชี้ขาดความสำเร็จและความยั่งยืนในระยะยาว ในขณะที่คุณอาจได้ศึกษา กลยุทธ์ Scalping และ อินดิเคเตอร์ ต่างๆ มาแล้ว สิ่งที่เทรดเดอร์มืออาชีพทุกคนต่างรู้ดีคือ กุญแจสำคัญสู่การเป็นผู้ชนะในตลาดไม่ใช่การแสวงหากำไรก้อนใหญ่เพียงชั่วข้ามคืน แต่คือการ “อยู่รอด” ในตลาดได้นานที่สุด

บทความ “คำนวณ Lot Size Scalping: สูตรหาขนาดไม้ไม่ให้พอร์ตแตก” นี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็น Ultimate Guide ที่จะพาคุณเจาะลึกถึงแก่นแท้ของ Money Management และการคำนวณ Lot Size หรือ Position Sizing ที่เหมาะสมอย่างมืออาชีพ ด้วยการนำเสนอหลักการ Risk 1% ต่อไม้ และสูตรการคำนวณที่เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างประกอบอย่างละเอียด คุณจะได้รับความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นในการปกป้องเงินทุนของคุณจากการขาดทุนครั้งใหญ่ และมั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนของคุณจะปลอดภัย ไม่ต้องเผชิญกับปัญหา “พอร์ตแตก” อีกต่อไป

ภาพประกอบการคำนวณ Lot Size Scalping

Part 1: ทำไม Lot Size จึงมีความสำคัญสูงสุดสำหรับ Scalper

การเทรดแบบ Scalping เป็นกลยุทธ์ที่มีความถี่ในการซื้อขายสูงมาก ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องเปิดและปิดออเดอร์จำนวนมากภายในหนึ่งวัน การเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อพอร์ตของคุณได้ ดังนั้น การคำนวณ Lot Size ที่ผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถนำไปสู่การขาดทุนที่รุนแรงและรวดเร็วได้ บทบาทของ Lot Size จึงมิใช่เพียงแค่การกำหนดปริมาณการซื้อขาย แต่คือการควบคุมความเสี่ยงในแต่ละธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

1.1 ความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างความเสี่ยงและขนาด Lot

Lot Size คือหน่วยวัดปริมาณการซื้อขายในตลาด Forex และ Crypto ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่า “แต่ละ Pips มีมูลค่าเป็นเงินเท่าไหร่” ยิ่งคุณเลือกใช้ Lot Size ที่ใหญ่ขึ้นเท่าใด ผลกำไรหรือขาดทุนต่อ Pips ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของราคาก็จะยิ่งมากตามไปด้วย

  • ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น: สำหรับ Scalper ที่มักจะตั้งค่า Stop Loss (SL) ที่แคบมาก การใช้ Lot Size ที่ใหญ่เกินตัวพอร์ตอาจทำให้เงินทุนของคุณถูกกัดกินไปอย่างรวดเร็วหากการเทรดไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
  • การควบคุมความเสี่ยง: การคำนวณ Lot Size ที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณสามารถกำหนดปริมาณการขาดทุนสูงสุดที่ยอมรับได้ในแต่ละการเทรดได้อย่างคงที่ ไม่ว่าระยะ SL ของคุณจะอยู่ที่ 10 Pips, 20 Pips หรือมากกว่านั้นก็ตาม นั่นหมายความว่า หากคุณขาดทุน คุณจะเสียเงินจำนวนเท่าเดิมเสมอตามที่คุณได้กำหนดไว้
  • ทำไมถึงสำคัญสำหรับ Scalper: Scalping เน้นการเก็บกำไรเล็กน้อยแต่บ่อยครั้ง ด้วย SL ที่แคบมาก การที่ Lot Size ไม่สัมพันธ์กับ SL อาจทำให้แม้แต่การขาดทุนเพียงไม่กี่ Pips ก็ส่งผลกระทบต่อพอร์ตอย่างรุนแรง การควบคุม Lot Size จึงเป็นการ “ประกัน” ไม่ให้การขาดทุนเล็กๆ กลายเป็นหายนะ

1.2 กฎเหล็กแห่งการอยู่รอด: การกำหนดความเสี่ยงสูงสุด 1% ต่อไม้

หลักการบริหารความเสี่ยงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและเป็นหัวใจสำคัญของเทรดเดอร์มืออาชีพคือ “คุณไม่ควรเสี่ยงเงินทุนเกิน 1% ของพอร์ตในแต่ละการเทรด” กฎข้อนี้เป็นรากฐานที่มั่นคงในการปกป้องเงินทุนของคุณและช่วยให้คุณสามารถทนทานต่อช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนหรือช่วงที่กลยุทธ์ของคุณไม่ทำงานตามที่คาดไว้

เงินทุนที่เสี่ยงได้สูงสุด (Maximum Risk)

$$Maximum Risk (USD) = Total Capital \times 0.01$$

ทำไมต้อง 1%?

  • ความทนทานต่อการขาดทุน: การจำกัดความเสี่ยงที่ 1% ช่วยให้คุณสามารถขาดทุนติดต่อกันได้หลายสิบครั้ง (ทฤษฎีคือ 100 ครั้ง) ก่อนที่เงินทุนของคุณจะหมดไป สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่กลยุทธ์การเทรดของคุณประสบปัญหา หรือในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงและคาดเดายาก
  • การรักษาวินัย: กฎ 1% เป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมวินัยในการเทรด ทำให้คุณไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเพิ่ม Lot Size เมื่อต้องการแก้มือ หรือลด Lot Size เมื่อเกิดความกลัว
  • การเติบโตอย่างยั่งยืน: การบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดช่วยให้พอร์ตของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว แทนที่จะพยายามทำกำไรก้อนใหญ่และเสี่ยงที่จะสูญเสียทั้งหมดไปในเวลาอันรวดเร็ว

ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีเงินทุนเริ่มต้น $3,000 USD การเสี่ยงสูงสุดต่อไม้คือ $3,000 \times 0.01 = 30 USD การกำหนดขีดจำกัดนี้อย่างชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

Part 2: สูตรคำนวณ Lot Size สำหรับ Scalping โดยเฉพาะ

การคำนวณ Lot Size สำหรับ Scalping มีความแตกต่างเล็กน้อยจากการเทรดประเภทอื่น เนื่องจาก Scalper มักจะใช้ Stop Loss (SL) ที่แคบมาก ดังนั้น การคำนวณจะต้องแม่นยำเพื่อไม่ให้ความเสี่ยงเกินกว่าที่กำหนดไว้

2.1 3 ขั้นตอนง่ายๆ ในการหา Position Sizing ที่แม่นยำ

ในการคำนวณ Lot Size คุณจำเป็นต้องทราบตัวแปรสำคัญ 3 ตัว ซึ่งแต่ละตัวมีบทบาทสำคัญในการควบคุมความเสี่ยงของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ

  1. กำหนดเงินที่เสี่ยงได้ (Risk in USD):
    • คืออะไร: นี่คือจำนวนเงินสูงสุดที่คุณยินดีจะเสี่ยงในการเทรดแต่ละครั้ง
    • คำนวณอย่างไร: อ้างอิงจาก “กฎเหล็ก 1% ของเงินทุน” ที่เราได้อธิบายไปในส่วนที่แล้ว
    • ตัวอย่าง: หากเงินทุนเริ่มต้น $3,000 USD การเสี่ยงสูงสุดต่อไม้คือ $3,000 \times 0.01 = 30 USD นี่คือจำนวนเงินที่คุณจะใช้ในการคำนวณ Lot Size
  2. กำหนดระยะ SL (Pips):
    • คืออะไร: คือระยะห่างจากจุดที่คุณเข้าออเดอร์ ไปจนถึงจุดที่คุณตั้ง Stop Loss โดยมีหน่วยเป็น Pips
    • คำนวณอย่างไร: คุณจะต้องวิเคราะห์กราฟตาม กลยุทธ์ Scalping ที่คุณใช้ เพื่อหาจุด Stop Loss ที่สมเหตุสมผลตามโครงสร้างตลาด (เช่น ใต้แนวรับ หรือเหนือแนวต้านล่าสุด) ไม่ใช่การกำหนดตัวเลขกลมๆ
    • ตัวอย่าง: หลังจากวิเคราะห์กราฟแล้ว คุณตัดสินใจตั้ง SL ห่างจากจุดเข้า 15 Pips
    • ความสำคัญ: การตั้ง SL ตามโครงสร้างตลาดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการบอกว่าหากราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ไม่พึงประสงค์ถึงจุดนี้ แสดงว่าการวิเคราะห์ของเราผิดพลาด
  3. คำนวณมูลค่า Pips ต่อ Lot (Pip Value):
    • คืออะไร: มูลค่าของ 1 Pip สำหรับ 1 Standard Lot (1.00 Lot) ในคู่เงินที่คุณกำลังเทรด โดยมีหน่วยเป็น USD หรือสกุลเงินบัญชีของคุณ
    • คำนวณอย่างไร:
      • สำหรับคู่เงินหลักที่มี USD อยู่ด้านหลัง (Quote Currency เป็น USD) เช่น EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD: 1 Standard Lot (1.00 Lot) จะมีมูลค่า Pips ประมาณ $10 USD
      • สำหรับคู่เงินอื่น ๆ ที่มี JPY อยู่ด้านหลัง (เช่น USD/JPY) หรือคู่เงินอื่นๆ: มูลค่า Pip Value จะแตกต่างกันไป คุณสามารถค้นหาได้จาก “Position Size Calculator” ที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีให้ หรือใช้สูตรการคำนวณเฉพาะ
      • ตัวอย่าง: สำหรับ EUR/USD, มูลค่า Pip ต่อ 1 Standard Lot คือ $10 USD
    • ทำไมต้องรู้: การทราบ Pip Value ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นตัวเชื่อมระหว่างจำนวน Pips กับมูลค่าเป็นเงินจริง

2.2 สูตรหลัก: การคำนวณ Lot Size ที่ใช้ได้จริงในทุกสถานการณ์

เมื่อคุณได้ตัวแปรทั้งสามมาแล้ว คุณสามารถใช้สูตรการคำนวณ Lot Size ที่เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพนี้ เพื่อหาขนาด Lot ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคู่เงินที่มี Pip Value เท่ากับ $10 USD$ ต่อ 1 Standard Lot (1.00 Lot):

$$\text{Lot Size} = \frac{\text{Risk (USD)}}{\text{SL (Pips)} \times \text{Pip Value ต่อ 1 Standard Lot}}$$

สำหรับคู่เงินหลักส่วนใหญ่ที่ Pip Value ต่อ 1 Standard Lot คือ $10 USD$ สูตรจะกลายเป็น:

$$\text{Lot Size} = \frac{\text{Risk (USD)}}{\text{SL (Pips)} \times 10}$$

ตัวอย่างการคำนวณจริง (สำหรับ EUR/USD)

มาดูกรณีศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการประยุกต์ใช้สูตรอย่างชัดเจน:

  • เงินทุนเริ่มต้น: $3,000 USD
  • Risk ที่กำหนด (1% ของเงินทุน): $30 USD (คำนวณจาก $3,000 \times 0.01$)
  • SL ที่กำหนด (วิเคราะห์จากกราฟ): $15 Pips

เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาใส่ในสูตร:

$$\text{Lot Size} = \frac{30}{15 \times 10} = \frac{30}{150} = 0.20 \text{ Lot}$$

ดังนั้น: สำหรับการเทรดในครั้งนี้ หากคุณตั้ง SL ที่ 15 Pips คุณสามารถเปิดออเดอร์ได้สูงสุดที่ 0.20 Lot ซึ่งจะทำให้การขาดทุนสูงสุดของคุณคงที่อยู่ที่ $30 USD ตามที่คุณได้กำหนดไว้ หากราคาเคลื่อนที่ชน Stop Loss การคำนวณนี้ช่วยให้คุณควบคุมความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าคุณจะตั้ง SL แคบแค่ไหนก็ตาม

Part 3: การประยุกต์ใช้ในการ Scalping และการตรวจสอบอย่างมืออาชีพ

การคำนวณ Lot Size เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสมการความสำเร็จในการ Scalping การประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงและการมีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวดต่างหากที่สร้างความแตกต่างระหว่างเทรดเดอร์มือใหม่กับมืออาชีพ

3.1 การตั้ง SL ตามโครงสร้างตลาด ไม่ใช่ตัวเลขกลมๆ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่งในหมู่เทรดเดอร์มือใหม่คือการตั้ง Stop Loss (SL) ที่ตัวเลขง่ายๆ เช่น 10 Pips หรือ 20 Pips โดยไม่มีเหตุผลรองรับจากโครงสร้างตลาด การทำเช่นนี้เป็นการละเลยข้อมูลสำคัญที่ตลาดกำลังบอกเราอยู่ และอาจทำให้ SL ของคุณถูกชนบ่อยครั้งโดยไม่จำเป็น

  • หลักการของ Scalper มืออาชีพ: สำหรับ ระบบเทรดสั้น ที่มีประสิทธิภาพ คุณต้องตั้ง SL ตาม โครงสร้างของตลาด (Market Structure)
  • การวิเคราะห์โครงสร้างตลาด:
    • แนวรับ/แนวต้าน (Support/Resistance): หากคุณกำลังเปิดออเดอร์ Buy ในแนวรับ ควรตั้ง SL ไว้ใต้แนวรับที่สำคัญล่าสุด เพื่อบ่งบอกว่าหากราคาทะลุแนวรับนี้ลงไป การวิเคราะห์ของคุณอาจผิดพลาด ในทางกลับกัน หากเปิด Sell ในแนวต้าน ควรตั้ง SL ไว้เหนือแนวต้านล่าสุด
    • รูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Patterns): บางรูปแบบแท่งเทียนให้สัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน การตั้ง SL อาจอ้างอิงจากจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของแท่งเทียนเหล่านั้น
    • จุด Swing High/Swing Low: การใช้ Swing High หรือ Swing Low ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเป็นจุดอ้างอิงในการตั้ง SL ช่วยให้ SL ของคุณมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคามากขึ้น
  • ขั้นตอนการทำงาน:
    1. วิเคราะห์กราฟตาม กลยุทธ์ Scalping ของคุณเพื่อหาจุดเข้าออเดอร์ที่เหมาะสม
    2. ระบุจุด SL ที่สมเหตุสมผลตามโครงสร้างตลาด (เช่น ใต้แนวรับ หรือเหนือแนวต้าน)
    3. วัดระยะ Pips จากจุดเข้าถึงจุด SL ที่คุณระบุ (ตัวอย่างเช่น ได้ 13 Pips หรือ 17 Pips)
    4. นำระยะ SL ที่ได้นี้ไปคำนวณหา Lot Size ที่เหมาะสมตามสูตรที่เราได้เรียนรู้ไปแล้ว
  • เครื่องมือช่วยคำนวณ: ในปัจจุบันมี Position Size Calculator มากมายที่โบรกเกอร์หรือเว็บไซต์เทรดมักจะมีให้ใช้งาน เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถป้อนข้อมูลเงินทุน, ความเสี่ยง, และระยะ SL เป็น Pips เพื่อคำนวณ Lot Size ออกมาได้อย่างรวดเร็วและลดความผิดพลาดในการคำนวณด้วยมือ

3.2 การตรวจสอบและกฎ Daily Loss Limit: เกราะป้องกันพอร์ต

นอกจากการจำกัดความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้ง (Risk per Trade) แล้ว Scalper ทุกคนจำเป็นต้องมี “Daily Loss Limit” หรือขีดจำกัดการขาดทุนรายวันที่เข้มงวด นี่คือกฎสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ความเสียหายเล็กน้อยกลายเป็นหายนะที่รุนแรงต่อพอร์ตการลงทุนของคุณ

  • Daily Loss Limit คืออะไร: คือจำนวนเงินสูงสุดที่คุณยอมรับได้ว่าจะขาดทุนในหนึ่งวัน หากการขาดทุนรวมในวันนั้นถึงขีดจำกัดนี้ คุณจะต้องหยุดเทรดทันที ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอยากแก้มือมากแค่ไหนก็ตาม
  • ทำไมต้องมี Daily Loss Limit:
    • ป้องกันการ Overtrading: การขาดทุนติดต่อกันมักจะกระตุ้นอารมณ์ความอยากแก้มือ ซึ่งนำไปสู่การเทรดมากเกินไป (Overtrading) และการใช้ Lot Size ที่ใหญ่ขึ้นโดยขาดการวิเคราะห์ที่ดี
    • ควบคุมอารมณ์: การมีกฎที่ชัดเจนช่วยให้คุณแยกอารมณ์ออกจากกระบวนการตัดสินใจ เมื่อถึงขีดจำกัด คุณจะถูกบังคับให้หยุดพักและทบทวนสถานการณ์
    • จำกัดความเสียหาย: ช่วยให้พอร์ตของคุณปลอดภัยจากความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้ในวันเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่มีความผันผวนสูง
  • คำแนะนำ: สำหรับ Scalper มืออาชีพ แนะนำให้กำหนด Daily Loss Limit ที่ประมาณ 5% ของเงินทุน
  • ตัวอย่าง: หากเงินทุนเริ่มต้น $3,000 USD Daily Loss Limit ของคุณคือ $3,000 \times 0.05 = 150 USD
  • ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อถึง Daily Loss Limit:
    1. หยุดเทรดทันที: ปิดแพลตฟอร์มการเทรดทั้งหมด ห้ามเปิดออเดอร์เพิ่ม ไม่ว่าตลาดจะดูดีแค่ไหนก็ตาม
    2. พักผ่อน: ให้เวลาตัวเองได้พักจากหน้าจอ เพื่อลดความตึงเครียดและอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดทุน
    3. ทบทวน Trading Journal: นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด (การเขียน Trading Journal เป็นสิ่งจำเป็น)
      • วิเคราะห์ Mindset: เกิดอะไรขึ้นกับสภาพจิตใจของคุณ? คุณเทรดด้วยอารมณ์หรือไม่? คุณทำตามแผนการเทรดอย่างเคร่งครัดหรือเปล่า?
      • วิเคราะห์ อินดิเคเตอร์/สัญญาณ: สัญญาณจากอินดิเคเตอร์หรือกลยุทธ์ของคุณผิดพลาดเพราะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือพฤติกรรมหรือไม่? มีปัจจัยข่าวสารใดที่ส่งผลกระทบต่อตลาดโดยไม่คาดคิดหรือไม่?
      • ปรับปรุงแผน: ใช้ข้อมูลจากการทบทวนเพื่อปรับปรุงแผนการเทรดและกลยุทธ์ของคุณสำหรับวันถัดไป

3.3 การปรับ Risk ให้เข้ากับกลยุทธ์ (เมื่อคุณเป็นมืออาชีพ)

กฎ 1% เป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมและปลอดภัยสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน แต่เมื่อคุณสั่งสมประสบการณ์และมีสถิติการเทรดที่เป็นบวกอย่างต่อเนื่อง คุณอาจพิจารณาปรับ Risk per Trade ได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนนี้ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้เท่านั้น

  • ระบบที่มี Win Rate สูง (65% ขึ้นไป):
    • คืออะไร: ระบบเทรดที่มี Win Rate สูงหมายความว่ากลยุทธ์ของคุณสามารถทำกำไรได้สำเร็จในจำนวนครั้งที่มากกว่าการขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ
    • การปรับ Risk: หากคุณมีสถิติที่มั่นคงและพิสูจน์แล้วว่ามี Win Rate สูงอย่างสม่ำเสมอ คุณอาจพิจารณาเพิ่ม Risk per Trade เป็น 2% ต่อไม้ ได้
    • ข้อควรระวัง: การเพิ่ม Risk ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และต้องมั่นใจว่า Win Rate ของคุณยังคงรักษาระดับได้ ไม่ควรเพิ่ม Risk เพียงเพราะช่วงหนึ่งคุณทำกำไรได้ดี
  • ระบบที่มี Win Rate ต่ำ (40% แต่ R:R สูง):
    • คืออะไร: บางกลยุทธ์อาจมี Win Rate ต่ำ แต่มีอัตราส่วน Risk:Reward (R:R) ที่สูงมาก นั่นคือเมื่อคุณชนะ คุณจะได้กำไรก้อนใหญ่ที่สามารถชดเชยการขาดทุนหลายครั้งได้
    • การปรับ Risk: สำหรับระบบประเภทนี้ คุณ ควรคง Risk ไว้ที่ 1% หรือต่ำกว่า เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าการขาดทุนแต่ละครั้งจะไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพอร์ตของคุณ
    • ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: หาก Win Rate ต่ำ การขาดทุนติดต่อกันหลายครั้งเป็นเรื่องปกติ การใช้ Risk ที่สูงเกินไปอาจทำให้พอร์ตของคุณหมดลงก่อนที่คุณจะมีโอกาสเจอการเทรดที่ให้กำไรก้อนใหญ่
  • สิ่งสำคัญ:
    • มีสถิติรองรับ: การปรับ Risk ควรมาจากผลลัพธ์ที่วัดผลได้และสถิติการเทรดใน Trading Journal ของคุณ ไม่ใช่อารมณ์หรือความรู้สึกส่วนตัว
    • ทดสอบในบัญชี Demo: ก่อนที่จะปรับ Risk ในบัญชีจริง ควรทดสอบในบัญชี Demo เป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าการปรับเปลี่ยนนั้นเหมาะสมกับกลยุทธ์ของคุณและสภาพจิตใจของคุณ
    • คงวินัย: ไม่ว่าคุณจะปรับ Risk อย่างไร วินัยในการทำตามกฎที่กำหนดไว้ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

FAQ Section: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณ Lot Size Scalping

Q1: การคำนวณ Lot Size มีความสำคัญอย่างไรสำหรับ Scalper?

A1: การคำนวณ Lot Size เป็นหัวใจสำคัญของ Money Management ในการ Scalping เนื่องจากเป็นกลยุทธ์ที่เทรดบ่อยครั้งและใช้ Stop Loss (SL) ที่แคบมาก หากคำนวณ Lot Size ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้การขาดทุนในแต่ละไม้ใหญ่เกินไปและนำไปสู่การ “พอร์ตแตก” ได้อย่างรวดเร็ว การคำนวณที่ถูกต้องช่วยให้ Scalper สามารถควบคุมความเสี่ยงให้คงที่ในแต่ละการเทรด ไม่ว่าระยะ SL จะแคบแค่ไหนก็ตาม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการอยู่รอดในตลาดระยะยาว

Q2: กฎ 1% Risk per Trade หมายถึงอะไร และทำไมถึงสำคัญ?

A2: กฎ 1% Risk per Trade คือหลักการที่ระบุว่าคุณไม่ควรเสี่ยงเงินทุนเกิน 1% ของพอร์ตการลงทุนของคุณในการเทรดแต่ละครั้ง ตัวอย่างเช่น หากมีเงินทุน $3,000 USD คุณควรเสี่ยงไม่เกิน $30 USD ต่อไม้ กฎนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะช่วยให้คุณสามารถขาดทุนติดต่อกันได้หลายสิบครั้งก่อนที่พอร์ตของคุณจะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ป้องกันการตัดสินใจด้วยอารมณ์ และส่งเสริมการเติบโตของพอร์ตอย่างยั่งยืน แทนที่จะหมดตัวไปกับการเทรดเพียงไม่กี่ครั้ง

Q3: Pip Value คืออะไร และมีผลต่อการคำนวณ Lot Size อย่างไร?

A3: Pip Value คือมูลค่าเป็นตัวเงินของการเคลื่อนไหว 1 Pip ในคู่สกุลเงินที่คุณกำลังเทรด โดยทั่วไป 1 Standard Lot (1.00 Lot) ของคู่เงินหลักที่มี USD เป็นสกุลเงินอ้างอิง (เช่น EUR/USD) จะมี Pip Value ประมาณ $10 USD Pip Value มีผลโดยตรงต่อการคำนวณ Lot Size เพราะเป็นตัวเชื่อมระหว่างจำนวน Pips ที่คุณเสี่ยงกับจำนวนเงินจริงที่คุณจะขาดทุน การทราบ Pip Value ที่ถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การคำนวณ Lot Size ออกมาแม่นยำและสอดคล้องกับความเสี่ยงที่คุณกำหนดไว้

Q4: ควรตั้ง Stop Loss (SL) อย่างไรให้มีประสิทธิภาพในการ Scalping?

A4: ในการ Scalping การตั้ง Stop Loss (SL) ที่มีประสิทธิภาพไม่ควรใช้ตัวเลขกลมๆ แต่ควรตั้งตามโครงสร้างของตลาด (Market Structure) เช่น ใต้แนวรับหรือเหนือแนวต้านที่สำคัญล่าสุด หรืออ้างอิงจากจุด Swing High/Low ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า การทำเช่นนี้เป็นการบ่งบอกว่าหากราคาเคลื่อนที่ผ่านจุดเหล่านี้ไป การวิเคราะห์ของคุณอาจผิดพลาด ซึ่งเป็นการกำหนดจุดตัดขาดทุนที่สมเหตุสมผลและสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคาจริง หลังจากระบุจุด SL ได้แล้ว จึงนำระยะ Pips นั้นไปคำนวณหา Lot Size ที่เหมาะสมต่อไป

Q5: Daily Loss Limit คืออะไร และควรตั้งไว้ที่เท่าไหร่?

A5: Daily Loss Limit คือขีดจำกัดการขาดทุนสูงสุดที่คุณยอมรับได้ในหนึ่งวัน หากการขาดทุนรวมของคุณในวันนั้นถึงขีดจำกัดนี้ คุณควรหยุดเทรดทันทีและพักผ่อน สำหรับ Scalper มืออาชีพ แนะนำให้ตั้ง Daily Loss Limit ไว้ที่ประมาณ 5% ของเงินทุน ตัวอย่างเช่น หากมีเงินทุน $3,000 USD Daily Loss Limit คือ $150 USD การมี Daily Loss Limit ช่วยป้องกันการ Overtrading ควบคุมอารมณ์ และจำกัดความเสียหายไม่ให้ลุกลามจนเป็นอันตรายต่อพอร์ตในระยะยาว

สรุป: วินัยในการคำนวณคือกำไรที่ยั่งยืน

การ คำนวณ Lot Size Scalping อย่างถูกต้องนั้นมิใช่เพียงแค่การใช้สูตรคณิตศาสตร์ แต่เป็นหัวใจสำคัญของ Money Management และเป็นรากฐานของการเทรดที่ยั่งยืน การทำความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่าง Lot Size, ความเสี่ยงต่อการเทรด และโครงสร้างตลาด จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมเงินทุนของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณยึดมั่นใน กฎ Risk 1% ต่อไม้ และปฏิบัติตาม Daily Loss Limit อย่างเคร่งครัด คุณจะสามารถใช้ ระบบเทรดสั้น ได้อย่างมั่นใจ ปราศจากความกังวลเรื่อง “พอร์ตแตก” ที่คอยคุกคามเทรดเดอร์จำนวนมาก จำไว้เสมอว่า: “การรักษาสิ่งที่คุณมีอยู่สำคัญกว่าการวิ่งไล่หาสิ่งที่คุณยังไม่มี” การปกป้องเงินทุนของคุณคือองค์ประกอบที่สำคัญไม่แพ้การทำกำไร

ด้วยความรู้และวินัยที่คุณได้จากบทความนี้ คุณได้ก้าวเข้าสู่การเป็น Scalper มืออาชีพที่สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างชาญฉลาดและทำกำไรได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวในตลาดที่ท้าทายนี้ ขอให้คุณประสบความสำเร็จในการเทรด!

🛡️ ปกป้องเงินทุนของคุณ! องค์ประกอบที่สำคัญไม่แพ้กัน


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่


You Might Also Like

Contact Us on Line