คู่มือฉบับสมบูรณ์: วิธีสมัครเปิดบัญชี CXM Direct ล่าสุด 2025 พร้อมยืนยันตัวตน (KYC) และเปิดบัญชีเทรดจริง
การเริ่มต้นเส้นทางในตลาด Forex และการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ จำเป็นต้องมีโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ และ CXM Direct เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยม ด้วยแพลตฟอร์มที่ทันสมัยและบริการที่ครบวงจร อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนมือใหม่หรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับขั้นตอนการสมัครและยืนยันตัวตน อาจเกิดความสับสนได้ บทความนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น Ultimate Guide ที่จะนำคุณไปสู่การสมัครเปิดบัญชี CXM Direct ได้อย่างราบรื่น ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการเปิดบัญชีเทรดจริง พร้อมด้วยคำอธิบายที่ละเอียดถี่ถ้วนในทุกประเด็น เพื่อให้คุณมั่นใจว่าทุกขั้นตอนถูกต้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
เราจะอธิบาย “ทำไม” แต่ละขั้นตอนจึงสำคัญ “อย่างไร” คุณถึงจะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วย “เคล็ดลับ” ที่จะช่วยให้การยืนยันตัวตนของคุณผ่านฉลุย และ “ผลลัพธ์” ที่คาดหวังได้ในแต่ละขั้น หากคุณกำลังประสบปัญหา “สมัครไม่ได้” “งงขั้นตอน” หรือ “ลงทะเบียนไม่ผ่าน” คู่มือนี้คือคำตอบที่คุณกำลังมองหา เพื่อให้คุณสามารถเริ่มต้นการลงทุนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

สำหรับคนที่ สมัครไม่ได้ / งงขั้นตอน / ลงทะเบียนไม่ผ่าน
✅ ขั้นตอนที่ 1: การกรอกฟอร์มสมัครเปิดบัญชี CXM (Registration) – จุดเริ่มต้นสู่การลงทุน
ขั้นตอนแรกและเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการเปิดบัญชีกับ CXM Direct คือการกรอกฟอร์มลงทะเบียน (Registration) ซึ่งเป็นกระบวนการที่คุณจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลเบื้องต้นแก่โบรกเกอร์ การกรอกข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนในขั้นตอนนี้จะส่งผลโดยตรงต่อความราบรื่นในการยืนยันตัวตน (KYC) ในลำดับถัดไป
วัตถุประสงค์ของขั้นตอนนี้:
- เพื่อระบุตัวตนเบื้องต้นของผู้สมัคร
- เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานชั่วคราวในระบบของ CXM Direct
- เพื่อรวบรวมข้อมูลติดต่อสำหรับการยืนยันในขั้นตอนต่อไป
วิธีดำเนินการอย่างละเอียด:
เริ่มต้นด้วยการเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ของ CXM Direct ผ่านลิงก์สำหรับสมัคร: คลิก https://bit.ly/CXMFTT เมื่อคลิกแล้ว ระบบจะนำคุณไปยังหน้า REGISTRATION ซึ่งคุณจะต้องกรอกข้อมูลต่างๆ ดังต่อไปนี้:

✔ กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้องตามบัตรประชาชน 100% เพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติ
- เลือกประเภทบัญชี (Account Type): สำหรับบุคคลทั่วไป ให้เลือก Individual Client.
- ชื่อ (First Name): กรอกชื่อจริงของคุณเป็นภาษาอังกฤษ โดยต้องตรงกับชื่อบนบัตรประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตนอื่นๆ ที่คุณจะใช้ในภายหลัง
- นามสกุล (Last Name): กรอกนามสกุลจริงของคุณเป็นภาษาอังกฤษ โดยต้องตรงกับนามสกุลบนบัตรประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตน
- วันเกิด (Birth Date): เลือกวัน เดือน ปีเกิดของคุณให้ถูกต้องตามข้อมูลบนบัตรประชาชนอย่างเคร่งครัด
- Country of Residence: เลือก Thailand ซึ่งเป็นประเทศที่คุณพำนักอาศัยอยู่ปัจจุบัน
- Country of Citizenship: หากสัญชาติของคุณตรงกับประเทศที่พำนักอาศัย (เช่น สัญชาติไทยและอาศัยอยู่ในประเทศไทย) ให้ติ๊กช่อง “Country of Citizenship is the same”
- เบอร์โทรศัพท์ (Mobile Number): กรอกเบอร์โทรศัพท์ของคุณ โดยเริ่มต้นด้วยรหัสประเทศ +66 แล้วตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานจริงโดยไม่ต้องมีเลขศูนย์นำหน้า (เช่น +668XXXXXXXX) เบอร์นี้จะสำคัญสำหรับการติดต่อและยืนยันในอนาคต
- Email Address: ใช้อีเมลที่คุณใช้งานจริงและสามารถเข้าถึงได้ทันที อีเมลนี้จะถูกใช้เพื่อส่งรหัสยืนยันและข้อมูลสำคัญอื่นๆ จาก CXM Direct
- Partner/Promo Code: หากคุณมีรหัสพันธมิตรหรือรหัสโปรโมชั่นเพื่อรับสิทธิพิเศษหรือโบนัส เช่น รหัส 8779 ให้ติ๊กช่อง “I have Partner/Promo Code” และกรอกรหัสลงไป
- ยอมรับเงื่อนไข: ติ๊กช่องยอมรับ “I accept all terms and conditions” หลังจากที่คุณได้อ่านและทำความเข้าใจเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆ ของ CXM Direct แล้ว
- กด REGISTER: หลังจากตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดว่าถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้กดปุ่ม REGISTER เพื่อดำเนินการต่อ
💡 คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ:
ข้อมูลทุกอย่างที่คุณกรอกในขั้นตอนนี้ควร ตรงกับบัตรประชาชนหรือเอกสารราชการอื่นๆ ของคุณ 100% เพื่อป้องกันปัญหาและอำนวยความสะดวกในการยืนยันตัวตน (KYC) ในขั้นตอนต่อไป การกรอกข้อมูลที่ไม่ตรงกันอาจทำให้กระบวนการ KYC ล่าช้าหรือถูกปฏิเสธได้ ซึ่งจะเสียเวลาและต้องกลับมาแก้ไขอีกครั้ง
✅ ขั้นตอนที่ 2: การยืนยันรหัส PIN ทางอีเมล – ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลติดต่อ
หลังจากที่คุณได้กรอกข้อมูลในฟอร์มลงทะเบียน (Registration) และกดปุ่ม REGISTER เรียบร้อยแล้ว ระบบของ CXM Direct จะดำเนินการในขั้นตอนถัดไป คือการ ยืนยันรหัส PIN ทางอีเมล จุดประสงค์หลักของขั้นตอนนี้คือเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าอีเมลที่คุณได้ลงทะเบียนไว้เป็นอีเมลที่ใช้งานได้จริงและเป็นของคุณ เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารและส่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบัญชีของคุณ
หลังจากกรอกข้อมูลสมัครในหน้า REGISTRATION เรียบร้อย ระบบจะพาคุณมายังหน้าตามภาพด้านล่าง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการยืนยันว่าคุณใช้อีเมลจริงและสามารถติดต่อได้
ความสำคัญของการยืนยันอีเมล:
- ความปลอดภัย: ป้องกันการลงทะเบียนด้วยอีเมลที่ไม่ถูกต้องหรือของผู้อื่น
- การสื่อสาร: เป็นช่องทางหลักที่โบรกเกอร์จะใช้ในการส่งข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลบัญชี, การแจ้งเตือน, หรือการรีเซ็ตรหัสผ่าน
- การยืนยันตัวตน: เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยืนยันตัวตนเบื้องต้น เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้มานั้นถูกต้อง
วิธีดำเนินการอย่างละเอียด:
- เปิดอีเมลจาก CXM Direct: คุณจะได้รับอีเมลจาก CXM Direct ซึ่งจะมีรหัสยืนยัน (PIN Code) ปรากฏอยู่ เช่น TBO6lv โปรดตรวจสอบโฟลเดอร์กล่องจดหมายเข้า (Inbox), จดหมายขยะ (Junk Mail) หรือสแปม (Spam Folder) หากไม่พบอีเมลในกล่องจดหมายหลัก
- คัดลอกรหัส PIN: คัดลอกรหัส PIN ที่คุณได้รับในอีเมลอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคัดลอกมาครบถ้วนและตรงตามตัวอักษร ทั้งตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก (Case-sensitive)
- กรอกรหัส PIN ในหน้าเว็บ: นำรหัส PIN ที่คัดลอกมาไปวางหรือกรอกในช่อง Confirmation PIN ที่ปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของ CXM Direct
- กด Continue เพื่อยืนยันอีเมล: เมื่อกรอกรหัส PIN เรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม Continue เพื่อยืนยันอีเมลของคุณ หากคุณยังไม่ได้รับอีเมลหลังจากผ่านไปสักครู่ คุณสามารถคลิกที่ Resend PIN เพื่อให้ระบบส่งรหัสใหม่อีกครั้ง

🔍 หมายเหตุสำคัญ:
- ที่อยู่จัดส่งรหัส: รหัส PIN จะถูกส่งไปยังอีเมลที่คุณใช้ในการสมัครเท่านั้น
- ตรวจสอบโฟลเดอร์ที่ไม่ใช่กล่องจดหมายหลัก: หากไม่พบอีเมลในกล่องจดหมายเข้า ให้ตรวจสอบโฟลเดอร์ Junk / Spam หรือ Promotions (สำหรับ Gmail) เนื่องจากบางครั้งอีเมลจากผู้ให้บริการที่ไม่รู้จักอาจถูกจัดประเภทผิดพลาด
- ตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (Case-sensitive): รหัส PIN มักจะเป็นตัวอักษรและตัวเลขผสมกัน โปรดระมัดระวังในการคัดลอกและกรอกให้ตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กทุกประการ หากกรอกผิด ระบบจะไม่สามารถยืนยันได้
เมื่อยืนยันสำเร็จ ระบบจะพาคุณไปสู่ขั้นตอนถัดไป นั่นคือ การเข้าสู่ระบบ (Login) ซึ่งหมายความว่าบัญชีผู้ใช้งานของคุณได้รับการสร้างขึ้นและอีเมลของคุณได้รับการยืนยันเรียบร้อยแล้ว.
✅ ขั้นตอนที่ 3: การเข้าสู่ระบบบัญชี CXM (Login) – เริ่มต้นใช้งานแพลตฟอร์ม
หลังจากที่คุณได้ทำการยืนยันรหัส PIN ทางอีเมลเรียบร้อยแล้ว ระบบของ CXM Direct จะนำคุณเข้าสู่หน้า เข้าสู่ระบบ (Welcome Back) ซึ่งเป็นประตูแรกที่คุณจะก้าวเข้าสู่แพลตฟอร์มการซื้อขายและจัดการบัญชีของคุณ การเข้าสู่ระบบเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่คุณจะต้องทำทุกครั้งเมื่อต้องการเข้าถึงบัญชี CXM Direct เพื่อทำการฝาก-ถอนเงิน, เปิดบัญชีเทรด, หรือจัดการข้อมูลส่วนตัว
ในหน้านี้ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้:
วัตถุประสงค์ของขั้นตอนนี้:
- เพื่อตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงบัญชีของผู้ใช้งาน
- เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและเงินทุนในบัญชี
- เพื่อเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ของแพลตฟอร์มได้
วิธีดำเนินการอย่างละเอียด:
บนหน้าจอ Welcome Back คุณจะพบกับช่องให้กรอกข้อมูลดังต่อไปนี้:
① Email:
กรอกอีเมลที่คุณใช้ในการสมัครบัญชี CXM Direct ในขั้นตอนที่ 1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอีเมลที่กรอกนั้นถูกต้องทุกตัวอักษร เนื่องจากอีเมลเป็น Username หลักในการเข้าสู่ระบบ
② Password:
ใส่รหัสผ่านที่คุณได้ตั้งไว้ในตอนลงทะเบียนในขั้นตอนแรก ขอแนะนำให้ตรวจสอบตัวพิมพ์เล็ก–ใหญ่ (Case-sensitive) ให้ถูกต้อง เนื่องจากรหัสผ่านส่วนใหญ่จะมีความอ่อนไหวต่อตัวพิมพ์ การพิมพ์ผิดแม้แต่ตัวเดียวอาจทำให้ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้
③ Remember me (ถ้าต้องการ):
หากคุณใช้งานคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ส่วนตัวที่ปลอดภัย และต้องการความสะดวกสบายในการเข้าสู่ระบบครั้งถัดไป โดยไม่ต้องกรอกอีเมลและรหัสผ่านซ้ำอีกครั้ง คุณสามารถ ติ๊กช่อง “Remember me” ได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะหรืออุปกรณ์ที่ผู้อื่นเข้าถึงได้ ไม่ควรเลือกตัวเลือกนี้ เพื่อป้องกันการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต
④ กดปุ่ม “LOGIN”:
หลังจากกรอกข้อมูลทั้งหมดและตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ให้กดปุ่ม “LOGIN” เพื่อเข้าสู่ระบบบัญชีเทรดของคุณทันที ✔️

🔐 หากลืมรหัสผ่าน:
เป็นเรื่องปกติที่อาจจะลืมรหัสผ่าน หากคุณไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้เนื่องจากลืมรหัสผ่าน ไม่ต้องกังวล คุณสามารถกู้คืนรหัสผ่านได้โดย:
- คลิกที่ลิงก์ “Forgot password” ที่อยู่ใต้ปุ่ม LOGIN
- ระบบจะนำคุณไปยังหน้าสำหรับการรีเซ็ตรหัสผ่าน และจะส่งลิงก์สำหรับรีเซ็ตรหัสผ่านใหม่ไปยังอีเมลที่คุณใช้สมัครไว้
- ทำตามคำแนะนำในอีเมลเพื่อตั้งรหัสผ่านใหม่
เมื่อคุณเข้าสู่ระบบสำเร็จ คุณจะเข้าสู่หน้า Dashboard ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับบัญชี CXM Direct ของคุณ ซึ่งเราจะอธิบายในขั้นตอนต่อไป
✅ ขั้นตอนที่ 4: เข้าสู่หน้า Dashboard และเริ่มต้นกระบวนการยืนยันตัวตน (Verify Profile)
หลังจากที่คุณล็อกอินเข้าสู่ระบบบัญชี CXM Direct ได้สำเร็จแล้ว ระบบจะนำคุณมาสู่หน้า Dashboard หรือหน้าแรกของพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการจัดการบัญชีของคุณ หน้า Dashboard นี้เป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าถึงฟังก์ชันสำคัญต่างๆ เช่น การฝาก/ถอนเงิน, การเปิดบัญชีเทรด, และที่สำคัญที่สุดคือ การยืนยันตัวตน (Verify Profile) หรือ KYC (Know Your Customer)

ความสำคัญของการยืนยันตัวตน (KYC):
บนหน้าจอ Dashboard คุณจะสังเกตเห็นข้อความสำคัญที่ระบุสถานะบัญชีของคุณ ซึ่งมักจะเป็นแถบสีฟ้าแจ้งเตือนว่า:
“Your profile has not been verified. Some system features may be limited. Click here to complete verification”
ข้อความนี้มีความหมายว่า บัญชีของคุณ ยังไม่ได้ผ่านการยืนยันตัวตน (KYC – Know Your Customer) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญและบังคับใช้ตามกฎระเบียบสากลของสถาบันการเงิน การไม่ผ่าน KYC จะทำให้คุณไม่สามารถใช้งานฟังก์ชันสำคัญต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ เช่น การเปิดบัญชีเทรดจริง, การฝากเงินเข้าบัญชี, หรือการถอนเงินออกจากบัญชี ดังนั้น การดำเนินการ KYC จึงเป็นสิ่งที่คุณต้องทำเป็นอันดับแรก
วัตถุประสงค์ของ KYC:
- ป้องกันการฟอกเงินและสนับสนุนการก่อการร้าย: เป็นมาตรการสำคัญที่สถาบันการเงินใช้ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของลูกค้า เพื่อป้องกันการใช้บริการทางการเงินในการทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย
- ยืนยันตัวตนผู้ใช้: เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่เปิดบัญชีเป็นบุคคลจริง และข้อมูลที่ให้มานั้นถูกต้องตรงกับเอกสารทางการ
- การปฏิบัติตามกฎระเบียบ: โบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ KYC/AML (Anti-Money Laundering) เพื่อรักษาใบอนุญาตและความน่าเชื่อถือ
✅ ขั้นตอนในหน้านี้:
① กด “Click here” เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการยืนยันตัวตน (KYC):
เพื่อเริ่มต้นกระบวนการยืนยันตัวตน ให้คลิกที่ข้อความ “Click here to complete verification” ตามที่ระบุในแถบแจ้งเตือนสีฟ้า ลิงก์นี้จะนำคุณไปยังหน้าสำหรับกรอกข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติมและอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตนที่จำเป็น

หลังจากที่คุณคลิกที่ลิงก์ ระบบจะพาคุณเข้าสู่หน้า Profile Information หรือหน้า Upload Documents โดยตรง ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการกรอกข้อมูลและส่งเอกสารเพื่อยืนยันตัวตน
🧾 สิ่งที่คุณจะเห็นใน Dashboard (ภาพรวมฟังก์ชัน):
แม้ว่าคุณจะยังไม่ได้ยืนยันตัวตน แต่บนหน้า Dashboard คุณจะสามารถเห็นภาพรวมของฟังก์ชันต่างๆ ที่มีให้ใช้งาน ซึ่งจะสามารถเข้าถึงได้เต็มรูปแบบหลังจากผ่าน KYC แล้ว
Wallets (กระเป๋าเงิน):
- Main Wallet: กระเป๋าเงินหลักของคุณที่ใช้ในการจัดการเงินทุน
- Loyalty Points Wallet: กระเป๋าสำหรับสะสมคะแนนหรือโบนัสพิเศษต่างๆ ซึ่งในตอนนี้ยอดจะเป็น 0.00 เนื่องจากยังไม่ได้มีการฝากเงินหรือย้ายเงินเข้าบัญชีเทรด MT4/MT5
ปุ่มที่สำคัญ:
- Open Demo Account: ปุ่มสำหรับเปิดบัญชีทดลอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ นักลงทุนมือใหม่ ที่ต้องการฝึกฝนการเทรดโดยไม่ต้องใช้เงินจริง
- Open Live Account: ปุ่มสำหรับเปิดบัญชีเทรดจริง ซึ่งจะสามารถใช้งานได้หลังจากที่คุณผ่านกระบวนการ KYC เรียบร้อยแล้วเท่านั้น
- Deposit Funds: ปุ่มสำหรับฝากเงินเข้าบัญชีเทรด ซึ่งจะสามารถใช้งานได้หลังจากการยืนยันตัวตน (KYC) ผ่านสมบูรณ์แล้ว
ด้านล่างสุดของ Dashboard คุณจะพบปุ่ม:
Open New Account:
ปุ่มนี้มีไว้สำหรับเปิดบัญชีเทรดเพิ่ม หากคุณต้องการมีบัญชีเทรดหลายประเภท (เช่น Standard, ECN, Raw) หรือต้องการใช้แพลตฟอร์มการเทรดที่แตกต่างกัน (MT4 หรือ MT5) ซึ่งฟังก์ชันนี้จะใช้งานได้เต็มที่หลังจากคุณยืนยันตัวตนเสร็จสมบูรณ์
✅ ขั้นตอนที่ 5: หน้ายืนยันตัวตน (Profile Verification) – การตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว
หลังจากที่คุณได้คลิก “Click here to complete verification” จากหน้า Dashboard ระบบจะนำคุณมาสู่หน้า Profile Information หรือ Profile Verification หน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณได้กรอกไปในขั้นตอนการลงทะเบียน เพื่อให้คุณตรวจสอบความถูกต้องและเป็นจุดเริ่มต้นในการอัปโหลดเอกสารที่จำเป็นสำหรับการยืนยันตัวตน (KYC)
ในหน้านี้ระบบจะแสดงข้อมูลส่วนตัวที่คุณกรอกมาตอนสมัคร เช่น:
- Client ID: รหัสประจำตัวลูกค้าของคุณ
- Full Name: ชื่อ-นามสกุลเต็มของคุณ
- Email: อีเมลที่คุณใช้ในการสมัคร
- Mobile Number: เบอร์โทรศัพท์มือถือของคุณ
- Country of Residence: ประเทศที่คุณพำนักอาศัย
- Communication Language: ภาษาที่คุณเลือกใช้ในการสื่อสาร

🔍 สิ่งสำคัญที่ต้องดูในหน้านี้:
ด้านขวาของหน้าจอคุณจะเห็นช่องแสดงสถานะการยืนยันตัวตน ซึ่งในตอนแรกจะแสดงเป็น:
❌ Not Verified
สถานะ “Not Verified” หมายความว่าบัญชีของคุณ ยังไม่ได้รับการยืนยันตัวตนอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณจึงยังไม่สามารถดำเนินการสำคัญๆ เช่น การเปิดบัญชีเทรดจริง, การฝากเงิน หรือการถอนเงินได้
ในช่องนี้จะมีปุ่มสำคัญคือ:
✅ Upload
ปุ่ม Upload นี้คือจุดที่คุณจะต้องกดเพื่อเริ่มต้นกระบวนการอัปโหลดเอกสารสำหรับการยืนยันตัวตน (KYC) ให้ครบถ้วน
✨ ขั้นตอนต่อไปในหน้านี้คืออะไร?
เพื่อให้บัญชีของคุณสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ คุณจะต้องกดปุ่ม Upload เพื่อเริ่มกระบวนการยืนยันตัวตน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนหลัก ได้แก่:
1️⃣ อัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน (Identity Verification):
ในส่วนนี้คุณจะต้องอัปโหลดเอกสารที่ใช้ระบุตัวตนของคุณอย่างเป็นทางการ เช่น บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต เอกสารนี้จะใช้เพื่อยืนยันว่าคุณเป็นบุคคลเดียวกับข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้
2️⃣ อัปโหลดเอกสารยืนยันที่อยู่ (Proof of Address):
ขั้นตอนนี้เป็นการยืนยันที่อยู่ปัจจุบันของคุณ เอกสารที่ยอมรับได้แก่ ใบขับขี่, ใบเสร็จค่าน้ำ/ค่าไฟ, ใบแจ้งยอดจากธนาคาร, หรือเอกสารราชการอื่นๆ ที่มีชื่อและที่อยู่ของคุณปรากฏอยู่ โดยเอกสารเหล่านี้จะต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันที่ออก
💡 หมายเหตุสำหรับลูกค้า CXM เพื่อให้ KYC ผ่านง่ายและรวดเร็ว:
- ความถูกต้องของข้อมูล: ชื่อ–นามสกุลในเอกสารยืนยันตัวตน ต้องตรงกับชื่อที่คุณสมัครไว้ 100% หากมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย อาจทำให้การยืนยันล่าช้าหรือถูกปฏิเสธ
- เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานจริง: เบอร์โทรศัพท์ที่คุณให้ไว้ ควรเป็นเบอร์ที่ใช้งานจริง เนื่องจากบางขั้นตอนของกระบวนการยืนยันตัวตนหรือการทำธุรกรรม อาจมีการส่งรหัส OTP (One-Time Password) เพื่อยืนยันตัวตน
- การแก้ไขข้อมูล: หากคุณพบว่าข้อมูลส่วนตัวที่คุณกรอกไว้ในตอนแรกมีข้อผิดพลาด คุณสามารถกดไอคอนรูปดินสอ (แก้ไข) ที่อยู่ถัดจากข้อมูลนั้นๆ เพื่อทำการแก้ไขให้ถูกต้องก่อนดำเนินการอัปโหลดเอกสาร
การเตรียมเอกสารให้พร้อมและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการ KYC ของคุณสำเร็จได้อย่างรวดเร็วและไม่มีสะดุด ซึ่งจะทำให้คุณสามารถก้าวไปสู่การเปิดบัญชีเทรดจริงและการลงทุนได้อย่างมั่นใจ
✅ ขั้นตอนที่ 6: การอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน (Upload Documents) – การส่งหลักฐานเพื่อยืนยัน Identity
หลังจากที่คุณกดปุ่ม “Upload” จากหน้า Profile Verification ระบบจะพาคุณมายังหน้า Upload Documents ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการ KYC ในขั้นตอนนี้ คุณจะต้องเลือกประเภทเอกสารและอัปโหลดรูปภาพของเอกสารยืนยันตัวตนตามข้อกำหนดของ CXM Direct เพื่อให้โบรกเกอร์สามารถตรวจสอบและยืนยันตัวตนของคุณได้อย่างถูกต้อง
วัตถุประสงค์ของขั้นตอนนี้:
- เพื่อยืนยันตัวตนของผู้สมัครตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ (AML/KYC)
- เพื่อป้องกันการฉ้อโกงและการใช้ข้อมูลปลอมในการเปิดบัญชี
- เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ใช้และโบรกเกอร์
✅ ขั้นตอนที่ 1: เลือกประเภทเอกสาร (Document Type)

ในช่อง Document Type คุณจะต้องเลือกประเภทเอกสารที่คุณจะใช้อัปโหลดเพื่อยืนยันตัวตน โดยมีตัวเลือกหลักๆ ดังนี้:
- ID/Passport: สำหรับอัปโหลดรูปบัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
- Driving License: สำหรับอัปโหลดรูปใบขับขี่ ซึ่งบางครั้งสามารถใช้เป็นเอกสารยืนยันที่อยู่ (Proof of Address) ได้ด้วยในกรณีที่ข้อมูลที่อยู่บนใบขับขี่เป็นปัจจุบันและครบถ้วน
สำหรับคนไทย แนะนำให้ใช้:
👉 บัตรประชาชน (ID Card)
เนื่องจากเป็นเอกสารที่นิยมใช้มากที่สุดและข้อมูลมีความชัดเจนครบถ้วน
✅ ขั้นตอนที่ 2: กรอกข้อมูลเอกสารและอัปโหลดไฟล์

เมื่อเลือก ID/Passport แล้ว จะมีช่องให้กรอกข้อมูลและอัปโหลดไฟล์ดังนี้:
- เลือกประเภทเอกสาร (Document Type): หากยังไม่ได้เลือก ให้เลือก ID/Passport (ใช้บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต)
- วันหมดอายุ (Date of Expiry): กรอกวันหมดอายุของบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตของคุณ ตามที่ระบุบนเอกสารจริง หากเอกสารไม่มีวันหมดอายุ หรือมีวันหมดอายุในระยะยาวมากๆ (เช่น บัตรประชาชนไทยรุ่นใหม่บางใบ) โปรดตรวจสอบคำแนะนำจาก CXM หรือเลือกวันที่ที่ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
- หมายเลขเอกสาร (Document Number): กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักของคุณ หรือหมายเลขพาสปอร์ต (หากใช้พาสปอร์ต) ให้ถูกต้องครบถ้วน
- ประเทศที่ออก (Country of Issue): เลือก Thailand ซึ่งเป็นประเทศที่ออกเอกสารยืนยันตัวตนของคุณ
- อัปโหลดรูปภาพเอกสาร: ในกรอบ ID card – Upload filled form here ให้กดปุ่ม Upload แล้วเลือกรูปบัตรประชาชน ด้านหน้า 1 รูป ที่ถ่ายไว้อย่างชัดเจนและครบถ้วนทั้งสี่มุม
- รูปแบบไฟล์ที่รองรับ: JPG, PNG, PDF หรือ GIF
- ขนาดไฟล์สูงสุด: ไม่เกิน 10MB
- คำแนะนำเพิ่มเติม: รูปภาพควรมีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มีเงาตกทับ ไม่มีการสะท้อนแสง และมองเห็นข้อมูลทั้งหมดบนบัตรได้อย่างชัดเจน ไม่เบลอหรือถูกบดบัง หากเป็น PDF ควรเป็นไฟล์ที่มีคุณภาพสูง
- ตรวจสอบและ Submit: ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่กรอกและรูปภาพที่อัปโหลดอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้องและชัดเจน จากนั้นกดปุ่ม Submit เพื่อส่งเอกสาร
จากนั้นเอกสารของคุณจะไปแสดงทางด้านขวาในช่อง Uploaded Documents พร้อมสถานะ “Sent for review” ซึ่งหมายความว่าเอกสารของคุณได้ถูกส่งไปยังทีมตรวจสอบของ CXM Direct แล้ว และคุณจะต้องรอการตรวจสอบต่อไปค่ะ 💚
✅ ขั้นตอนที่ 7: การตรวจสอบสถานะเอกสารหลังอัปโหลด (Document Status) – ติดตามผล KYC
หลังจากที่คุณได้ทำการอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน (เช่น บัตรประชาชน หรือ Passport) เสร็จสิ้นในขั้นตอนที่ 6 แล้ว ระบบของ CXM Direct จะบันทึกเอกสารเหล่านั้นไว้ในส่วน “เอกสารที่อัปโหลด” (Uploaded Documents) ขั้นตอนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบสถานะการประมวลผลเอกสารของคุณได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการติดตามความคืบหน้าของกระบวนการ KYC

การแสดงผลสถานะเอกสาร:
ในช่องด้านขวาของหน้าจอ (ตามภาพประกอบ) คุณจะเห็นตารางแสดงรายการเอกสารที่คุณส่งเข้าไป ซึ่งจะประกอบด้วยประเภทเอกสาร วันที่อัปโหลด และสถานะล่าสุด สถานะเริ่มต้นที่คุณจะเห็นคือ:
✔️ สถานะ: ส่งเพื่อตรวจสอบแล้ว (Sent for review)
(แสดงเป็นสีเหลืองตามภาพตัวอย่าง)

สถานะ “Sent for review” หรือ “Pending Review” หมายความว่าเอกสารของคุณได้ถูกส่งไปยังทีมงานตรวจสอบของโบรกเกอร์ CXM Direct เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในกระบวนการรอการตรวจสอบ ซึ่งอาจใช้เวลาสักครู่ขึ้นอยู่กับปริมาณงานของทีมงาน
เมื่อทีม CXM ตรวจสอบเสร็จ สถานะจะเปลี่ยนเป็น:
✔ Verified / Approved
เมื่อทีมงาน CXM Direct ตรวจสอบเอกสารของคุณและพบว่าถูกต้องตามข้อกำหนดทุกประการ สถานะของเอกสารนั้นๆ จะเปลี่ยนเป็น “Verified” หรือ “Approved” ซึ่งหมายความว่ากระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ในส่วนของเอกสารนั้นได้ ผ่านการอนุมัติแล้ว
ระยะเวลาการตรวจสอบ:
โดยปกติแล้ว การตรวจสอบเอกสาร KYC อาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 1-2 วันทำการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของเอกสารที่คุณส่ง จำนวนผู้สมัครในช่วงเวลานั้น และนโยบายการตรวจสอบของโบรกเกอร์ หากเอกสารไม่ชัดเจนหรือไม่ถูกต้อง คุณอาจได้รับการแจ้งเตือนให้ส่งเอกสารใหม่หรือแก้ไขข้อมูล
เคล็ดลับ:
- ความชัดเจนของเอกสาร: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปภาพเอกสารที่คุณอัปโหลดนั้นมีความคมชัดสูง อ่านข้อมูลได้ชัดเจน ไม่มีการสะท้อนแสงหรือเงาบดบังข้อมูลสำคัญ
- ข้อมูลครบถ้วน: เอกสารจะต้องแสดงข้อมูลครบถ้วนตามที่ CXM Direct กำหนด เช่น ชื่อ-นามสกุล วันหมดอายุ (ถ้ามี) และหมายเลขเอกสาร
- ความสอดคล้อง: ข้อมูลบนเอกสารจะต้องตรงกับข้อมูลที่คุณกรอกไว้ในขั้นตอนการลงทะเบียนทุกประการ
- อดทนรอ: หลังจากส่งเอกสารแล้ว โปรดอดใจรอการตรวจสอบจากทีมงาน หากมีข้อสงสัยหรือไม่ได้รับการอัปเดตสถานะเป็นเวลานาน สามารถติดต่อฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ CXM Direct ได้
✅ ขั้นตอนที่ 8: การส่งเอกสารยืนยันที่อยู่ (Proof of Address Verification) – ยืนยันถิ่นที่อยู่ของคุณ
หลังจากที่บัญชีของคุณผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) ในส่วนของบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตแล้ว ขั้นตอนสำคัญถัดมาคือ การส่งเอกสารยืนยันที่อยู่ (POA – Proof of Address) เพื่อให้การยืนยันตัวตนสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานของโบรกเกอร์และกฎระเบียบสากล การยืนยันที่อยู่มีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันว่าที่อยู่ที่คุณได้ลงทะเบียนไว้เป็นข้อมูลจริงและคุณเป็นผู้พำนักอยู่ในที่อยู่ดังกล่าว
ความสำคัญของ Proof of Address (POA):
- ป้องกันการฟอกเงินและฉ้อโกง: เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยยืนยันตัวตนและป้องกันการใช้บัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- การปฏิบัติตามกฎระเบียบ: โบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลส่วนใหญ่มีข้อบังคับให้ต้องเก็บเอกสารยืนยันที่อยู่จากลูกค้า
- ความน่าเชื่อถือ: การยืนยันที่อยู่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบัญชีของคุณในสายตาของโบรกเกอร์
📌 เอกสารที่สามารถใช้ยืนยันที่อยู่ได้ (หลักเกณฑ์สำคัญ):
เพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติ เอกสารยืนยันที่อยู่จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้:
- บิลค่าน้ำ / ค่าไฟ / ค่าอินเทอร์เน็ต: เอกสารเหล่านี้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมักจะมีชื่อและที่อยู่ของผู้ใช้บริการอย่างชัดเจน
- ใบแจ้งยอดธนาคาร (Bank Statement): ต้องเป็นใบแจ้งยอดที่มีชื่อ-นามสกุลและที่อยู่ของคุณปรากฏอยู่ โดยสามารถเป็นใบแจ้งยอดแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-statement) หรือแบบกระดาษก็ได้
- หนังสือรับรองที่อยู่อาศัยจากหน่วยงานราชการ: เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการที่รับรองที่อยู่ของคุณ
- ใบขับขี่: ในบางกรณี ใบขับขี่อาจใช้เป็นเอกสารยืนยันที่อยู่ได้ หากบนใบขับขี่มีข้อมูลที่อยู่ปัจจุบันของคุณที่ตรงกับข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้
ข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับเอกสาร POA:
- อายุของเอกสาร: เอกสารต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือน นับจากวันที่ออก หมายความว่าเอกสารจะต้องเป็นฉบับล่าสุด (เช่น บิลค่าไฟของเดือนปัจจุบัน หรือย้อนหลังไม่เกิน 3 เดือน)
- ความสอดคล้องของข้อมูล: ชื่อ–นามสกุล และที่อยู่บนเอกสารจะต้อง ตรงกับข้อมูลที่คุณใช้สมัคร และข้อมูลบนบัตรประชาชนของคุณทุกประการ
- ความชัดเจน: รูปถ่ายหรือไฟล์สแกนเอกสารต้องมีความคมชัดสูง อ่านข้อมูลทั้งหมดได้ชัดเจน ไม่มีส่วนใดถูกบดบังหรือเบลอ
✅ วิธีอัปโหลดเอกสาร Proof of Address:
- ไปที่เมนู Profile → Upload Documents: เข้าสู่ระบบ CXM Direct และนำทางไปยังส่วน Profile จากนั้นเลือก Upload Documents เหมือนกับตอนที่คุณอัปโหลดบัตรประชาชน
- เลือกประเภทเอกสารเป็น Proof of Address: ในช่อง Document Type ให้เลือก Proof of Address
- อัปโหลดรูปเอกสาร: ระบบจะให้คุณอัปโหลดรูปภาพของเอกสารยืนยันที่อยู่ของคุณ กดปุ่ม Upload และเลือกไฟล์ที่เตรียมไว้
- ตรวจสอบและ Submit: ตรวจสอบภาพที่อัปโหลดให้ชัดเจนและข้อมูลถูกต้องครบถ้วน จากนั้นกด Submit
หลังจากที่คุณส่งเอกสารยืนยันที่อยู่แล้ว สถานะจะเปลี่ยนเป็น “Sent for review” และคุณจะต้องรอการตรวจสอบจากทีมงาน CXM Direct เช่นเดียวกับเอกสารยืนยันตัวตน เมื่อเอกสารทั้งสองส่วนได้รับการอนุมัติ สถานะบัญชีของคุณจะเปลี่ยนเป็น “Verified” หรือ “Approved” อย่างสมบูรณ์
✅ เสร็จแล้ว! พร้อมเปิดบัญชีจริง
หลังจากที่บัญชีของคุณได้รับการยืนยันตัวตนและที่อยู่ (สถานะเป็น Verified) อย่างสมบูรณ์ คุณก็พร้อมที่จะเริ่มต้นใช้งานแพลตฟอร์ม CXM Direct ได้อย่างเต็มรูปแบบ สิ่งที่คุณสามารถทำได้ทันที ได้แก่:
- เปิดบัญชีจริง (Open Live Account): เลือกประเภทบัญชีเทรดที่เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของคุณ
- ฝากเงิน (Deposit Funds): โอนเงินเข้าสู่บัญชีเทรดของคุณเพื่อใช้ในการลงทุนจริง
- เริ่มเทรดได้ทันที: เมื่อมีเงินทุนในบัญชีเทรดแล้ว คุณก็สามารถเริ่มต้นการซื้อขายในตลาด Forex และสินทรัพย์อื่นๆ ที่ CXM Direct มีให้บริการ
การผ่านขั้นตอน KYC ทั้งหมดนี้เป็นการยืนยันว่าคุณเป็นนักลงทุนที่มีตัวตนจริงและปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งจะช่วยให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยของการลงทุนและสามารถใช้บริการของ CXM Direct ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
✅ ขั้นตอนที่ 9: การเปิดบัญชีเทรด (Open New Account) – เริ่มต้นเส้นทางการเทรดของคุณ
หลังจากที่บัญชีหลักของคุณได้รับการยืนยันตัวตน (KYC) อย่างสมบูรณ์แล้ว คุณก็พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่โลกของการเทรดจริงด้วยการเปิดบัญชีเทรด (Trading Account) การมีบัญชีเทรดแยกต่างหากนี้จะช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มการเทรดอย่าง MT4 หรือ MT5 เพื่อทำการซื้อขายสินทรัพย์ต่างๆ ได้

ภาพรวมของ Wallets หลังยืนยันตัวตน:
เมื่อยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว ระบบจะแสดงหน้า Wallets ตามภาพด้านบน ซึ่งจะประกอบด้วย:
- Main Wallet: กระเป๋าเงินหลักของคุณที่ใช้จัดการเงินทุนโดยรวม
- Loyalty Points Wallet: กระเป๋าสำหรับคะแนนสะสมหรือโบนัส
เพื่อเริ่มต้นเทรด คุณต้องเปิด บัญชีเทรด (Trading Account) เพิ่มเติมจาก Wallets เหล่านี้
✔️ วิธีเปิดบัญชีเทรด:
- ไปที่หน้า Wallets: จากหน้า Dashboard ให้มองหาและคลิกที่เมนูหรือส่วนที่ระบุว่า “Wallets”
- คลิกปุ่ม “Open New Account”: มองหาปุ่มสีเขียวที่เขียนว่า Open New Account และคลิกเพื่อเริ่มต้นการสร้างบัญชีเทรดใหม่
- เลือกประเภทบัญชีที่ต้องการ: CXM Direct มีประเภทบัญชีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจเลือก
- Standard: บัญชีมาตรฐานที่เหมาะสำหรับ นักเทรดมือใหม่ หรือผู้ที่ต้องการเงื่อนไขการเทรดแบบทั่วไป
- ECN: บัญชีประเภท ECN (Electronic Communication Network) เหมาะสำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์ที่ต้องการสเปรดต่ำและเข้าถึงสภาพคล่องโดยตรง
- Pro: บัญชี Pro อาจมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมสำหรับนักเทรดมืออาชีพ หรือผู้ที่ต้องการเงื่อนไขการเทรดที่เฉพาะเจาะจง
- * คำแนะนำ: พิจารณาจากสไตล์การเทรด ปริมาณเงินทุน และประสบการณ์ของคุณในการเลือกประเภทบัญชีที่เหมาะสมที่สุด
- เลือกสกุลเงินบัญชี (Account Currency): โดยทั่วไปแล้ว แนะนำให้เลือก USD (ดอลลาร์สหรัฐ) เนื่องจากเป็นสกุลเงินหลักที่ใช้ในการซื้อขาย Forex และสินทรัพย์อื่นๆ ทั่วโลก ทำให้ง่ายต่อการคำนวณกำไร-ขาดทุนและการจัดการความเสี่ยง
- เลือกระดับ Leverage: เลือกอัตราทด (Leverage) ที่คุณต้องการ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดกำลังซื้อของคุณในตลาด ควรเลือก Leverage ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Leverage)
- ตั้งรหัสผ่านสำหรับบัญชีเทรด (Trading Password): สร้างรหัสผ่านใหม่สำหรับบัญชีเทรดของคุณ (รหัสผ่านนี้จะใช้สำหรับการเข้าสู่แพลตฟอร์ม MT4/MT5 แยกต่างหากจากรหัสผ่านเข้าสู่ระบบ Dashboard) โปรดตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายากและจดจำไว้ให้ดี
- กด Submit: หลังจากตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดแล้ว ให้กดปุ่ม Submit เพื่อสร้างบัญชีเทรดของคุณ

✔️ หลังจากเปิดบัญชีสำเร็จ:
- รับเลขบัญชีเทรด: ระบบจะแสดงเลขบัญชีเทรดของคุณ (อาจเป็นหมายเลข MT4 หรือ MT5) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องใช้ในการเข้าสู่ระบบแพลตฟอร์มการเทรด
- พร้อมฝากเงินและเทรด: คุณสามารถดำเนินการฝากเงินเข้าสู่บัญชีเทรดที่เพิ่งสร้างขึ้น และ เริ่มเทรดได้ทันที!
เท่านี้คุณก็ได้บัญชีเทรดจริงบน CXM Direct พร้อมที่จะเริ่มต้นการลงทุนแล้ว อย่าลืมดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5 และใช้ข้อมูลบัญชีเทรดที่คุณได้รับเพื่อเข้าสู่ระบบและเริ่มดำเนินการซื้อขาย
FAQ Section: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสมัครและยืนยันตัวตน CXM Direct
Q1: ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการสมัครและยืนยันตัวตน CXM Direct?
A1: การสมัครและยืนยันตัวตนกับ CXM Direct มี 2 ขั้นตอนหลักในการส่งเอกสาร:
- เอกสารยืนยันตัวตน (Identity Verification): คุณสามารถเลือกใช้ บัตรประชาชน (ID Card) หรือ หนังสือเดินทาง (Passport) โดยเอกสารที่ใช้ต้องมีชื่อ-นามสกุล วันเกิด และรูปภาพที่ชัดเจน ตรงกับข้อมูลที่คุณกรอกในการสมัคร
- เอกสารยืนยันที่อยู่ (Proof of Address – POA): เอกสารที่ยอมรับได้แก่ บิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต, ใบแจ้งยอดธนาคาร (Bank Statement), หรือหนังสือรับรองที่อยู่อาศัยจากหน่วยงานราชการ สิ่งสำคัญคือเอกสารเหล่านี้ ต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือน นับจากวันที่ออก และมีชื่อ-นามสกุล รวมถึงที่อยู่ของคุณที่ตรงกับข้อมูลการสมัครและเอกสารยืนยันตัวตน
เคล็ดลับ: ถ่ายรูปเอกสารให้ชัดเจน สี่มุมครบถ้วน ไม่มีเงาหรือแสงสะท้อน เพื่อให้การตรวจสอบรวดเร็วยิ่งขึ้น
Q2: การยืนยันตัวตน (KYC) ใช้เวลานานเท่าไหร่?
A2: ระยะเวลาในการยืนยันตัวตน (KYC) ขึ้นอยู่กับความชัดเจนและความถูกต้องของเอกสารที่คุณส่ง และปริมาณงานของทีมงาน CXM Direct โดยทั่วไปแล้ว หากเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามข้อกำหนด การตรวจสอบอาจใช้เวลาตั้งแต่ ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 1-2 วันทำการ
หากคุณต้องการให้ KYC ผ่านเร็ว:
- ตรวจสอบข้อมูลในฟอร์มสมัครให้ตรงกับเอกสารทุกตัวอักษร
- อัปโหลดรูปเอกสารที่ถ่ายมาอย่างชัดเจนและอ่านง่าย
- ส่งเอกสารยืนยันที่อยู่ที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน
หากสถานะยังไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเวลานาน คุณสามารถติดต่อฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ CXM Direct เพื่อสอบถามสถานะได้
Q3: ทำไมถึงต้องใส่รหัส Partner/Promo Code 8779? และรหัสนี้ให้อะไรบ้าง?
A3: การใส่รหัส Partner/Promo Code เช่น 8779 ในขั้นตอนการลงทะเบียนมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงบัญชีของคุณกับพันธมิตรหรือโปรโมชั่นพิเศษที่ CXM Direct มีให้ ซึ่งการใช้รหัสนี้มักจะทำให้คุณได้รับ:
- สิทธิพิเศษและโบนัส: เช่น โบนัสเงินฝาก, เครดิตเทรดฟรี, หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จัดขึ้นเฉพาะสำหรับลูกค้าที่มาจากพันธมิตรนั้นๆ
- การสนับสนุนเพิ่มเติม: บางครั้งพันธมิตรอาจมีบริการสนับสนุนหรือข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนผ่านรหัสของตนเอง
การใส่รหัสนี้เป็นทางเลือก แต่แนะนำให้ใส่เพื่อไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่อาจช่วยเพิ่มทุนในการเทรดหรือลดต้นทุนได้
Q4: หากกรอกข้อมูลส่วนตัวผิดพลาดในขั้นตอนแรก จะแก้ไขได้อย่างไร?
A4: หากคุณพบว่ามีการกรอกข้อมูลส่วนตัวผิดพลาดในขั้นตอนการลงทะเบียน ไม่ต้องกังวล คุณยังสามารถแก้ไขได้ก่อนที่บัญชีของคุณจะได้รับการยืนยัน KYC โดยปกติแล้ว:
- เข้าสู่หน้า Profile Information: หลังจากล็อกอินเข้าสู่ระบบ ให้ไปที่หน้า Dashboard แล้วคลิกเข้าสู่ส่วน Profile Information หรือ Profile Verification (ตามขั้นตอนที่ 5)
- กดไอคอนแก้ไข: ในหน้านี้ คุณจะเห็นข้อมูลส่วนตัวของคุณ และมักจะมี ไอคอนรูปดินสอ (Edit Icon) อยู่ถัดจากข้อมูลแต่ละส่วนที่คุณสามารถแก้ไขได้
- แก้ไขข้อมูลและบันทึก: คลิกที่ไอคอนดินสอ เพื่อแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แล้วกดบันทึกการเปลี่ยนแปลง
สำคัญ: การแก้ไขข้อมูลควรทำอย่างระมัดระวังและตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง เพื่อให้ตรงกับเอกสารยืนยันตัวตนของคุณอย่างแท้จริง การแก้ไขข้อมูลที่ไม่ตรงกับเอกสารอาจทำให้กระบวนการ KYC ล่าช้าหรือถูกปฏิเสธได้
Q5: บัญชี Demo Account กับ Live Account แตกต่างกันอย่างไร? และควรเปิดอันไหนก่อน?
A5: บัญชีทั้งสองประเภทมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน และมีความสำคัญต่อเส้นทางการเทรดของคุณ:
- Demo Account (บัญชีทดลอง):
- คือ: บัญชีที่ใช้เงินเสมือนจริง (Virtual Money) สำหรับการฝึกฝนการเทรด
- ประโยชน์: ช่วยให้ นักเทรดมือใหม่ ได้เรียนรู้การใช้งานแพลตฟอร์ม, ทดลองกลยุทธ์การเทรดต่างๆ, และทำความเข้าใจตลาดโดยไม่มีความเสี่ยงทางการเงิน
- ผลลัพธ์: กำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นในบัญชี Demo ไม่ใช่เงินจริงและไม่สามารถถอนได้
- Live Account (บัญชีจริง):
- คือ: บัญชีที่ใช้เงินทุนจริงในการซื้อขายในตลาด
- ประโยชน์: คุณจะสามารถเทรดด้วยเงินจริงและสร้างกำไรหรือขาดทุนจริงได้
- ผลลัพธ์: กำไรที่ได้สามารถถอนออกมาใช้ได้ และการขาดทุนจะส่งผลต่อเงินทุนจริงของคุณ
ควรเปิดอันไหนก่อน?
สำหรับ นักเทรดมือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับแพลตฟอร์ม ควรเริ่มต้นด้วยการเปิด Demo Account ก่อน เสมอ การฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความเสี่ยงจะช่วยให้คุณสร้างความมั่นใจ พัฒนาทักษะ และทดสอบกลยุทธ์ได้อย่างเต็มที่ เมื่อคุณรู้สึกมั่นใจและพร้อมแล้ว จึงค่อยเปิด Live Account เพื่อเข้าสู่การเทรดจริง การทำเช่นนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียเงินทุนจริงในระยะเริ่มต้นได้อย่างมาก
Conclusion: สรุปเส้นทางการสมัครและเริ่มต้นกับ CXM Direct
การสมัครเปิดบัญชีกับ CXM Direct อาจดูเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนในตอนแรก แต่ด้วยคู่มือฉบับสมบูรณ์นี้ เราหวังว่าคุณจะเห็นภาพรวมและเข้าใจในทุกรายละเอียดของการลงทะเบียน, การยืนยันตัวตน (KYC), และการเปิดบัญชีเทรดจริง การปฏิบัติตามแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการกรอกข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ, การยืนยันอีเมล, การอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตนและที่อยู่ด้วยความชัดเจน, ไปจนถึงการเลือกประเภทบัญชีเทรดที่เหมาะสม ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการทั้งหมดราบรื่นและประสบความสำเร็จ
หัวใจสำคัญคือ ความถูกต้องของข้อมูลและความชัดเจนของเอกสาร ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การยืนยันตัวตนของคุณผ่านได้อย่างรวดเร็ว เมื่อบัญชีของคุณได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์ คุณจะสามารถเข้าถึงโลกของการลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์อื่นๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงิน, การถอนเงิน, หรือการเริ่มต้น เทรดด้วยกลยุทธ์ที่คุณวางแผนไว้
อย่าลังเลที่จะใช้ประโยชน์จากบัญชีทดลอง (Demo Account) เพื่อฝึกฝนและสร้างความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มก่อนที่จะนำเงินจริงเข้าสู่ตลาด นี่คือรากฐานที่มั่นคงสำหรับนักลงทุนทุกคน การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทายในตลาดได้อย่างมั่นใจ และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน
Call to Action: หากคุณพร้อมที่จะเริ่มต้นเส้นทางการลงทุนกับ CXM Direct แล้ว หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมในทุกขั้นตอน คลิกที่นี่เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เราพร้อมให้คำแนะนำและช่วยเหลือคุณในทุกย่างก้าวของการเดินทางสู่ความสำเร็จในการเทรด

