Ultimate Guide: วิธีเปิดบัญชีเทรด HFM เพิ่มเติม (อัปเดตล่าสุด 2025) เพื่อยกระดับกลยุทธ์การเทรดของคุณ
ในโลกของการเทรด Forex ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีบัญชีเทรดที่หลากหลายถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถบริหารความเสี่ยง ทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆ และปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่จะนำคุณไปสู่วิธีการเปิดบัญชี HFM เพิ่มเติม (HotForex) ที่ได้รับการอัปเดตล่าสุดปี 2025 สำหรับผู้ที่มีบัญชีอยู่แล้ว เพื่อให้คุณสามารถขยายขีดความสามารถในการเทรดและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลกำไรสูงสุด
การมีบัญชีเทรดเพียงหนึ่งบัญชีอาจจำกัดศักยภาพในการปรับใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย การเปิดบัญชีเพิ่มเติมกับ HFM ช่วยให้คุณสามารถ:
- แยกกลยุทธ์การเทรด: ใช้บัญชีหนึ่งสำหรับ Scalping, อีกบัญชีสำหรับ Swing Trade หรือ Day Trade เพื่อให้การจัดการและประเมินผลกลยุทธ์แต่ละประเภททำได้อย่างชัดเจนและเป็นระเบียบ เช่น บัญชีหนึ่งเน้น กลยุทธ์ Scalping อีกบัญชีเน้นการถือยาว
- ทดสอบ EA (Expert Advisor) หรือระบบเทรดใหม่: โดยไม่ต้องรบกวนบัญชีหลักที่กำลังทำกำไรอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ EA Trading ก่อนนำไปใช้กับเงินทุนจำนวนมาก
- บริหารความเสี่ยง: กระจายความเสี่ยงไปในบัญชีต่างๆ หากบัญชีหนึ่งประสบปัญหา อีกบัญชีก็ยังคงดำเนินต่อไปได้ ช่วยลดผลกระทบต่อพอร์ตโฟลิโอโดยรวม
- ทดลองสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน: เทรด Forex ในบัญชีหนึ่ง และเทรดทองคำในอีกบัญชีเพื่อการจัดการที่ชัดเจน และสามารถปรับเลเวอเรจหรือประเภทบัญชีให้เหมาะสมกับลักษณะของสินทรัพย์นั้นๆ ได้
ทำไมต้องเปิดบัญชีเทรดเพิ่มเติมกับ HFM?
HFM (HotForex) เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ได้รับความไว้วางใจทั่วโลก ด้วยการนำเสนอสภาพแวดล้อมการเทรดที่ยอดเยี่ยม ประเภทบัญชีที่หลากหลาย และแพลตฟอร์มการเทรดที่ทันสมัย การเปิดบัญชีเพิ่มเติมกับ HFM จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตโฟลิโอการลงทุนของตน HFM มีข้อดีหลายประการที่สนับสนุนการเปิดบัญชีเพิ่มเติม:
- ความน่าเชื่อถือสูง: HFM เป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานทางการเงินหลายแห่งทั่วโลก ทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของเงินทุน
- ประเภทบัญชีหลากหลาย: มีตัวเลือกบัญชีที่ตอบสนองความต้องการของเทรดเดอร์ทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ
- แพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำ: รองรับ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูง
- บริการลูกค้าที่เป็นเลิศ: พร้อมให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ
ขั้นตอนโดยละเอียด: วิธีเปิด “บัญชีเทรดเพิ่มเติม” ของ HFM (สำหรับผู้ที่มีบัญชีอยู่แล้ว)
1. เข้าสู่ระบบพื้นที่สมาชิกส่วนบุคคล (myHF) ของคุณ
ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการเข้าถึงพื้นที่การจัดการบัญชีส่วนตัวของคุณ ซึ่งเรียกว่า myHF คุณสามารถทำได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ HFM ซึ่งเป็นประตูสู่การบริหารจัดการบัญชีเทรดทั้งหมดของคุณอย่างปลอดภัยและครบวงจร
- เข้าเว็บไซต์: https://my.hfm.com โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเพื่อหลีกเลี่ยง phishing
- ล็อกอิน: ใช้ที่อยู่อีเมลและรหัสผ่านที่คุณได้ลงทะเบียนไว้เมื่อเปิดบัญชี HFM ครั้งแรก การเข้าสู่ระบบ myHF อย่างปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถจัดการบัญชีทั้งหมดได้อย่างราบรื่นและเข้าถึงเครื่องมือการเทรดต่างๆ ที่ HFM มีให้ เช่น การฝาก-ถอนเงิน การโอนเงินภายใน และการตรวจสอบประวัติการเทรด

2. เลือกเมนู “บัญชีของฉัน (My Accounts)” บน Dashboard
เมื่อคุณเข้าสู่ระบบ myHF ได้สำเร็จ คุณจะพบกับหน้า Dashboard ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการจัดการกิจกรรมการเทรดทั้งหมดของคุณ หน้านี้จะแสดงภาพรวมสถานะบัญชีและข้อมูลสำคัญต่างๆ ให้สังเกตและเลือกเมนู “My Accounts” หรือ “บัญชีของฉัน” ซึ่งโดยปกติจะอยู่ด้านข้างหรือด้านบนของหน้าจอ เมนูนี้จะนำคุณไปยังหน้าจอที่แสดงรายละเอียดของบัญชีเทรดที่คุณมีอยู่ทั้งหมด รวมถึงหมายเลขบัญชี ประเภทบัญชี ยอดคงเหลือ และสถานะปัจจุบัน

3. คลิก “เปิดบัญชีใหม่ (Open New Account)” เพื่อเริ่มต้น
ในหน้า “My Accounts” ที่แสดงรายการบัญชีของคุณ คุณจะเห็นปุ่มหรือลิงก์ที่มีข้อความว่า “➕ Open New Account” หรือ “เปิดบัญชีใหม่” นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างบัญชีเทรดเพิ่มเติมของคุณ กดปุ่มนี้เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกและกำหนดค่าประเภทบัญชีที่เหมาะกับวัตถุประสงค์การเทรดที่คุณต้องการ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการพอร์ตโฟลิโอของคุณ
4. พิจารณาและเลือกประเภทบัญชี HFM ที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณ
HFM เข้าใจดีว่าเทรดเดอร์แต่ละคนมีสไตล์และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน จึงนำเสนอประเภทบัญชีที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของคุณ การเลือกประเภทบัญชีที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการเทรดของคุณ HFM มีประเภทบัญชีหลักๆ ดังนี้ ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน:
- Premium Account:
- คืออะไร: เป็นบัญชีมาตรฐานและเป็นที่นิยมที่สุด เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ โดยเฉพาะมือใหม่ เนื่องจากมีเงื่อนไขการเทรดที่สมดุลและเข้าถึงง่าย
- จุดเด่น: สเปรดเริ่มต้นที่ค่อนข้างต่ำโดยไม่มีการคิดค่าคอมมิชชั่นต่อล็อต ทำให้ต้นทุนการเทรดสามารถคาดการณ์ได้ง่าย มีเลเวอเรจที่ยืดหยุ่น และมีสินทรัพย์ให้เทรดหลากหลาย (Forex, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนี)
- เหมาะกับใคร:
- มือใหม่: ที่ต้องการเริ่มต้นโดยไม่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้
- เทรดเดอร์ทั่วไป: ที่ต้องการความสมดุลระหว่างสเปรดและค่าคอมมิชชั่น และไม่ต้องการความผันผวนของค่าใช้จ่ายที่เกิดจากคอมมิชชั่น
- Zero Spread Account:
- คืออะไร: บัญชีนี้ถูกออกแบบมาสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการสเปรดที่ต่ำมากหรือเป็นศูนย์ในคู่สกุลเงินหลัก (Major Pairs) โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าคอมมิชชั่นต่อล็อตแทน
- จุดเด่น: สเปรดเป็น 0 (หรือใกล้เคียง 0) ในคู่สกุลเงินหลักบางคู่ เช่น EUR/USD ทำให้ราคา Bid และ Ask ใกล้เคียงกันมาก มีการคิดค่าคอมมิชชั่นต่อล็อตที่ชัดเจน
- เหมาะกับใคร:
- Scalper: ผู้ที่เทรดเร็วและต้องการเข้าออกตลาดด้วยต้นทุนสเปรดที่ต่ำที่สุด เพื่อทำกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาเพียงไม่กี่จุด
- EA Trader: ระบบเทรดอัตโนมัติ (EA) ที่อ่อนไหวต่อสเปรด จะทำงานได้ดีขึ้นในบัญชีประเภทนี้ เนื่องจากลดผลกระทบจาก slippage และค่าใช้จ่ายในการเข้าออเดอร์
- เทรดทองคำ (Gold Trader): บัญชีประเภทนี้มักให้สเปรดทองคำ (XAU/USD) ที่ต่ำเป็นพิเศษ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการเทรดทองคำ (Gold Sentiment)
- Pro Account:
- คืออะไร: บัญชี Pro ให้สภาวะการเทรดที่เหนือกว่า ด้วยสเปรดที่แคบยิ่งขึ้นและเงื่อนไขการเทรดที่ดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับบัญชี Premium โดยยังคงไม่มีค่าคอมมิชชั่น
- จุดเด่น: สเปรดที่แคบลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับบัญชี Premium เหมาะสำหรับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง หรือผู้ที่ต้องการความแม่นยำในการเข้าออเดอร์
- เหมาะกับใคร:
- เทรดเดอร์มืออาชีพ/มีประสบการณ์: ที่ต้องการสภาพคล่องสูงและต้นทุนการเทรดที่ต่ำกว่า เพื่อยกระดับกลยุทธ์ของตน และสามารถรับมือกับ leverage ที่สูงขึ้นได้
- ผู้ที่เทรดด้วยปริมาณมาก: จะได้รับประโยชน์จากสเปรดที่แคบลง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนรวมในการเทรดจำนวนมาก
- Cent Account:
- คืออะไร: บัญชี Cent เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเริ่มต้นด้วยเงินทุนน้อย หรือสำหรับการทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆ โดยมีความเสี่ยงต่ำที่สุด เนื่องจากยอดเงินในบัญชีและปริมาณการเทรดถูกแปลงเป็นหน่วยเซ็นต์
- จุดเด่น: ยอดเงินในบัญชีจะแสดงเป็นหน่วยเซ็นต์ (เช่น ฝาก $10 จะแสดงเป็น 1000 เซ็นต์) ทำให้การเทรดด้วยล็อตขนาดเล็กที่สุดเป็นไปได้ (เช่น 0.01 ล็อตมาตรฐานจะเท่ากับ 1 Cent Lot) ช่วยลดความเสี่ยงอย่างมากในการเรียนรู้การเทรดจริง
- เหมาะกับใคร:
- มือใหม่หัดเทรด: ที่ต้องการฝึกฝนการเทรดจริงด้วยเงินจำนวนน้อยที่สุด ก่อนที่จะใช้บัญชีจริงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น บัญชี Demo อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับการฝึก แต่บัญชี Cent ให้ประสบการณ์การเทรดด้วยเงินจริง
- ผู้ที่ต้องการทดสอบ EA: ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือกลยุทธ์ใหม่ๆ ในสภาพแวดล้อมจริงที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยใช้เงินทุนเพียงเล็กน้อย
คำแนะนำ: การเลือกประเภทบัญชีควรพิจารณาจากสไตล์การเทรด งบประมาณ และระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ หากคุณไม่แน่ใจ การเริ่มต้นด้วยบัญชี Premium หรือ Cent แล้วค่อยๆ อัปเกรดเป็น Pro หรือ Zero Spread เมื่อมีประสบการณ์และความเข้าใจในตลาดมากขึ้น ก็เป็นแนวทางที่ดีและปลอดภัยกว่า

5. เลือกแพลตฟอร์มการเทรด: MetaTrader 4 (MT4) หรือ MetaTrader 5 (MT5)
HFM รองรับแพลตฟอร์มการเทรดยอดนิยมสองแพลตฟอร์มจาก MetaQuotes Software Corporation คือ MetaTrader 4 (MT4) และ MetaTrader 5 (MT5) ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความต้องการและกลยุทธ์การเทรดของคุณ โดยมีข้อแตกต่างที่สำคัญดังตารางด้านล่าง
| คุณสมบัติ | MetaTrader 4 (MT4) | MetaTrader 5 (MT5) |
|---|---|---|
| สินทรัพย์ที่เทรดได้ | เน้นเฉพาะ Forex และ CFD บางส่วน (เช่น ทองคำ, น้ำมัน) | Forex, หุ้น, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, CFD, Futures (เป็นแพลตฟอร์ม Multi-asset) |
| เครื่องมือวิเคราะห์ | Indicators 30 ตัว, Timeframes 9 รูปแบบ (M1, M5, M15, M30, H1, H4, D1, W1, MN) | Indicators 38 ตัว, Timeframes 21 รูปแบบ (เพิ่ม Timeframes ย่อย เช่น M2, M3, M10, H2, H3, H6, H8, H12) มี Economic Calendar ในตัว |
| ประเภทคำสั่งซื้อขาย | Market, Limit, Stop, Trailing Stop | เพิ่ม Fill or Kill (FoK), Immediate or Cancel (IoC), Return ทำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น |
| การ Backtesting | ค่อนข้างจำกัด ใช้ได้กับ EA แบบ Single Thread | มีประสิทธิภาพสูงกว่า รองรับการทดสอบกลยุทธ์ที่ซับซ้อนและ Multi-thread processing |
| ภาษาที่ใช้เขียน EA | MQL4 (ใช้งานง่ายกว่าสำหรับ EA เก่า) | MQL5 (ทันสมัยกว่า ฟังก์ชันการทำงานกว้างขวาง รองรับ Object-oriented programming) |
| ความนิยม | ยังคงเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับ Forex และ EA ดั้งเดิมจำนวนมาก | เป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคต ฟังก์ชันครบครัน เหมาะสำหรับการเทรดที่หลากหลาย |
คำแนะนำในการเลือก:
- หากคุณมี EA (Expert Advisor) ตัวเก่าที่สร้างขึ้นสำหรับ MT4 โดยเฉพาะ หรือคุ้นเคยกับ MT4 เป็นอย่างดี และเน้นการเทรด Forex เป็นหลัก คุณอาจเลือก MT4
- สำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการความทันสมัย ฟังก์ชันการวิเคราะห์ที่หลากหลายขึ้น การเข้าถึงสินทรัพย์ที่มากกว่า (เช่น หุ้น หรือดัชนี), และประสิทธิภาพการ Backtesting ที่ดีกว่า ควรเลือก MT5 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
สำคัญมาก: กรอกรหัส Sponsor ID ของ FTT เพื่อรับสิทธิพิเศษ!
ในช่อง “Sponsor ID” หรือ “รหัสอ้างอิง” ซึ่งเป็นช่องที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มผลประโยชน์จากการเทรดของคุณ กรุณากรอกรหัสอ้างอิงของ FTT ดังนี้:
▶ 76866 ◀
การกรอกรหัสนี้จะเชื่อมบัญชีของคุณเข้ากับทีม FTT investing ซึ่งจะทำให้คุณได้รับสิทธิ์รีเบตสูงสุดถึง 45% รีเบตคือการได้รับเงินคืนจากค่าสเปรดหรือคอมมิชชั่นที่คุณจ่ายไปในการเทรดทุกครั้งที่มีการเปิดและปิดคำสั่งซื้อขาย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการลดต้นทุนการเทรดและเพิ่มผลกำไรสุทธิในระยะยาว ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน เพราะไม่ว่าคุณจะแพ้หรือชนะ คุณก็จะได้รับเงินคืนส่วนหนึ่งกลับมาเสมอ

6. เลือกสกุลเงินหลักของบัญชี (Account Currency)
คุณจะต้องเลือกสกุลเงินหลักสำหรับบัญชีเทรดใหม่ของคุณ ซึ่ง HFM รองรับหลายสกุลเงิน การเลือกสกุลเงินที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อการคำนวณและจัดการเงินทุนของคุณ
- USD (ดอลลาร์สหรัฐฯ):
- ทำไมถึงแนะนำ: USD เป็นสกุลเงินมาตรฐานสากลในการเทรด Forex และเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการคำนวณ Lot size, Pip value และกำไร/ขาดทุน ได้อย่างแม่นยำและเป็นสากลมากที่สุด การเลือก USD จะช่วยให้คุณเข้าใจและเปรียบเทียบผลการเทรดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณใช้ EA หรือเครื่องมือวิเคราะห์ที่อ้างอิงกับ USD เป็นหลัก นอกจากนี้ยังช่วยหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินเมื่อทำการฝาก-ถอนเงินกับแหล่งเงินทุนที่เป็น USD และลดความยุ่งยากในการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน
- THB (บาทไทย):
- ข้อดี: สะดวกสำหรับเทรดเดอร์ชาวไทยที่ไม่ต้องการกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อฝากหรือถอนเงินเข้าสู่บัญชีธนาคารไทยโดยตรง
- ข้อควรพิจารณา: อาจไม่สะดวกในการคำนวณบางอย่าง เช่น Lot size หรือ Pip value เมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล และอาจมีผลต่อการทำงานของ EA บางตัวที่ออกแบบมาสำหรับบัญชี USD
- EUR (ยูโร):
- ข้อดี: เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่อยู่ในภูมิภาคยูโรโซน หรือมีเงินทุนหลักเป็น EUR และต้องการหลีกเลี่ยงการแปลงสกุลเงินที่ไม่จำเป็น
คำแนะนำ: โดยทั่วไปแล้ว USD เป็นตัวเลือกที่แนะนำมากที่สุด เพื่อความสอดคล้องกับตลาดโลก ความสะดวกในการคำนวณต่างๆ ในการเทรด และความเข้ากันได้กับ EA และเครื่องมือวิเคราะห์ส่วนใหญ่ หากไม่มีเหตุผลเฉพาะเจาะจงที่ต้องใช้สกุลเงินอื่น การเลือก USD เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
7. ตรวจสอบและยืนยันการเปิดบัญชี
หลังจากที่คุณได้เลือกประเภทบัญชี แพลตฟอร์ม และสกุลเงินเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่คุณได้กรอกไปอีกครั้งอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้องและตรงตามความต้องการของคุณ จากนั้นกดปุ่ม “Create Account” หรือ “สร้างบัญชี”
ระบบของ HFM จะดำเนินการเปิดบัญชีใหม่ให้คุณทันที และจะส่งรายละเอียดสำคัญของบัญชีไปยังที่อยู่อีเมลที่คุณใช้ในการลงทะเบียน ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเข้าสู่ระบบแพลตฟอร์มการเทรด:
- หมายเลขบัญชีเทรด (Login ID): เป็นรหัสประจำตัวของบัญชีใหม่ของคุณ ใช้สำหรับเข้าสู่ระบบแพลตฟอร์ม MT4/MT5
- Server: ชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่คุณต้องเลือกเมื่อเข้าสู่ระบบ MT4/MT5 เพื่อเชื่อมต่อกับข้อมูลตลาดของ HFM
- รหัสผ่าน (Password): รหัสผ่านสำหรับเข้าสู่บัญชีเทรดของคุณ โปรดเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยและไม่เปิดเผยให้ผู้อื่นทราบ
เมื่อได้รับข้อมูลเหล่านี้แล้ว คุณสามารถนำไปล็อกอินเข้าสู่แพลตฟอร์ม MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือของคุณได้ทันที และเริ่มต้นการเทรดในบัญชีใหม่ได้เลย อย่าลืมเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ในที่ปลอดภัย และพิจารณาใช้การยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (2FA) หากมีให้บริการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ
📌 สำคัญมาก — สำหรับลูกค้าที่ต้องการรับรีเบต 45% กับ FTT investing
หากคุณมีบัญชี HFM อยู่แล้ว และบัญชีเดิมนั้นอยู่ภายใต้ IB (Introducing Broker) อื่นๆ บัญชีเทรดใหม่ที่คุณเปิดเพิ่มเติมก็มักจะถูกจัดให้อยู่ภายใต้ IB เดิมโดยอัตโนมัติเช่นกัน ซึ่งอาจทำให้คุณพลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์จาก FTT investing
แต่ถ้าคุณต้องการให้บัญชีใหม่ที่คุณเพิ่งเปิด หรือบัญชีเดิมที่คุณมีอยู่แล้ว ถูกย้ายมาอยู่ภายใต้ IB ของ FTT investing (รหัส IB: 76866) เพื่อรับสิทธิ์รีเบตสูงสุด 45% ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการลดต้นทุนการเทรดและเพิ่มกำไรในระยะยาว คุณสามารถดำเนินการแจ้งย้าย IB ได้ทันที
คลิกเพื่อดูวิธีแจ้งย้าย IB HFM (สำหรับบัญชีที่มีอยู่แล้ว)
ประโยชน์ของการย้าย IB มาอยู่กับ FTT investing:
- รับรีเบตสูงสุด 45%: นี่คือสิทธิประโยชน์ที่สำคัญที่สุด การได้รับเงินคืนจากค่าสเปรดหรือคอมมิชชั่นทุกครั้งที่คุณเทรด จะช่วยลดต้นทุนการเทรดของคุณได้อย่างมาก ทำให้กลยุทธ์การเทรดของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรสุทธิ
- การสนับสนุนจากทีมงาน FTT: คุณจะได้รับการสนับสนุนและข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากทีมงาน FTT ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรด พร้อมให้คำแนะนำและช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ
- เข้าถึงข้อมูลและระบบเทรดพิเศษ: อาจมีโอกาสเข้าถึงเครื่องมือ หรือ EA ระบบเทรดอัตโนมัติฟรี ที่ทีมงาน FTT พัฒนาขึ้นมา ซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเทรดของคุณ
ข้อความสำหรับส่งให้ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ HFM (อัปเดตล่าสุด 2025)
ในการแจ้งย้าย IB คุณจะต้องส่งอีเมลหรือข้อความผ่าน Live Chat ไปยังฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ HFM ด้วยข้อความดังต่อไปนี้ โปรดกรอกข้อมูลส่วนตัวของคุณให้ถูกต้องและครบถ้วน:
ภาษาไทย:
“เรียน ฝ่ายสนับสนุนลูกค้า HFM
ฉันต้องการให้โยกบัญชีเทรดของฉันไปอยู่ภายใต้ IB (Introducing Broker) 376866 (FTTinvesting) ค่ะ
ข้อมูลของฉันคือ:
• เลขบัญชีเทรด: XXXXXXX (กรุณาใส่หมายเลขบัญชี HFM ของคุณที่คุณต้องการย้าย)
• ชื่อ–นามสกุล: (กรุณาใส่ชื่อ-นามสกุลของคุณตามที่ลงทะเบียนไว้กับ HFM)
• อีเมลที่ใช้สมัคร: (กรุณาใส่อีเมลที่คุณใช้สมัครบัญชี HFM)
ขอบคุณค่ะ”
สิ่งที่คุณจะได้รับหลังจากส่งคำขอ:
- การตอบกลับ: โดยปกติแล้ว ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ HFM จะตอบกลับคุณภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยอาจระบุว่า “Request Submitted” หรือ “คำขอถูกส่งแล้ว” ซึ่งเป็นการยืนยันว่าคำขอของคุณอยู่ระหว่างการดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ: โดยปกติแล้ว การดำเนินการย้าย IB จะแล้วเสร็จภายใน 1 วันทำการ (ขึ้นอยู่กับปริมาณงานของฝ่ายสนับสนุน) และคุณจะได้รับการแจ้งเตือนยืนยันทางอีเมลเมื่อบัญชีของคุณถูกย้าย IB ไปอยู่ภายใต้ FTTinvesting เรียบร้อยแล้ว
- การตรวจสอบ: หลังจากได้รับแจ้งยืนยัน ให้ตรวจสอบในพื้นที่ myHF ของคุณ เพื่อยืนยันว่าบัญชีของคุณแสดงข้อมูล IB ใหม่เป็น FTTinvesting (รหัส 376866) เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับสิทธิ์รีเบตตามที่คาดหวัง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเปิดบัญชี HFM เพิ่มเติม
Q1: ฉันสามารถเปิดบัญชี HFM เพิ่มเติมได้กี่บัญชี?
A1: HFM มีนโยบายที่ยืดหยุ่นในการเปิดบัญชีเทรดเพิ่มเติม ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีได้หลายบัญชีภายใต้พื้นที่สมาชิก myHF เดียวกัน โดยไม่มีข้อจำกัดที่ชัดเจนตายตัวว่าต้องเปิดได้สูงสุดกี่บัญชี คุณสามารถเปิดบัญชีได้ตามความต้องการในการบริหารจัดการกลยุทธ์การเทรดที่หลากหลาย เช่น แยกบัญชีสำหรับเทรดคู่เงินหลัก, เทรดทองคำ, หรือทดสอบ EA ใหม่ๆ เพื่อให้การจัดการพอร์ตโฟลิโอของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด
Q2: การเปิดบัญชีเพิ่มเติมมีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
A2: การเปิดบัญชีเทรดเพิ่มเติมกับ HFM นั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น บัญชีแต่ละบัญชีจะถูกสร้างขึ้นมาฟรี คุณจะต้องฝากเงินเข้าบัญชีใหม่นั้นเมื่อต้องการเริ่มทำการเทรดจริงเท่านั้น ซึ่งคุณสามารถเลือกจำนวนเงินฝากเริ่มต้นที่เหมาะสมกับประเภทบัญชีที่คุณเลือกและกลยุทธ์การเทรดของคุณ
Q3: ฉันสามารถใช้เงินทุนจากบัญชีเดิมโอนไปยังบัญชีใหม่ได้หรือไม่?
A3: ได้อย่างแน่นอน! HFM มีระบบการโอนเงินภายใน (Internal Transfer) ที่สะดวกและรวดเร็ว คุณสามารถโอนเงินจากบัญชี HFM หนึ่งไปยังอีกบัญชี HFM หนึ่งของคุณได้โดยตรงผ่านพื้นที่สมาชิก myHF โดยส่วนใหญ่จะไม่มีค่าธรรมเนียม และโดยปกติแล้วการดำเนินการจะเสร็จสิ้นทันที ทำให้การจัดการเงินทุนระหว่างบัญชีต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย
Q4: ฉันควรเลือกแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5 สำหรับบัญชีใหม่?
A4: การเลือกระหว่าง MT4 และ MT5 ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และสไตล์การเทรดของคุณ หากคุณเน้นการเทรด Forex เป็นหลักและมี EA เก่าที่รองรับ MT4 ก็อาจเลือก MT4 เพื่อความเข้ากันได้ แต่ถ้าคุณต้องการความสามารถในการเทรดสินทรัพย์ที่หลากหลาย (Multi-asset) เช่น หุ้นหรือดัชนี, มีเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัยกว่า, Timeframes ที่มากขึ้น, และประสิทธิภาพการ Backtesting ที่ดีกว่า ควรเลือก MT5 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใหม่กว่าและมีฟังก์ชันการทำงานที่ครอบคลุมมากกว่า เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตของการเทรดของคุณ
Q5: หากฉันลืมกรอก Sponsor ID ตอนเปิดบัญชี จะสามารถแก้ไขภายหลังได้หรือไม่?
A5: ไม่สามารถแก้ไข Sponsor ID ได้โดยตรงหลังจากเปิดบัญชีไปแล้วในระบบการลงทะเบียนปกติ อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการรับรีเบตจาก FTT คุณสามารถแจ้งฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ HFM ให้โยกบัญชีของคุณไปอยู่ภายใต้ IB 76866 ของ FTTinvesting ได้ตามขั้นตอนที่อธิบายไว้ในหัวข้อ “📌 สำคัญมาก — สำหรับลูกค้าที่ต้องการรับรีเบต 45% กับ FTT investing” ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันทั่วไปในการเปลี่ยน IB
สรุป: การขยายศักยภาพการเทรดด้วยบัญชี HFM เพิ่มเติม
การเปิดบัญชีเทรดเพิ่มเติมกับ HFM เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการเทรด ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่ต้องการทดลองด้วยบัญชี Cent หรือเทรดเดอร์มืออาชีพที่ต้องการแยกกลยุทธ์เฉพาะทาง HFM มีตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ การจัดการบัญชีที่หลากหลายจะช่วยให้คุณสามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะตลาดที่แตกต่างกันได้อย่างคล่องตัว และทดสอบแนวคิดการเทรดใหม่ๆ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับเงินทุนหลักของคุณ
ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ที่เราได้แนะนำไปนี้ พร้อมทั้งพิจารณาเลือกประเภทบัญชีและแพลตฟอร์มที่เหมาะสม อย่าลืมกรอก Sponsor ID 76866 เพื่อรับสิทธิ์รีเบตสูงสุด 45% จาก FTT investing ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดต้นทุนการเทรดได้อย่างมหาศาล และหากบัญชีของคุณอยู่ภายใต้ IB อื่นอยู่แล้ว ก็สามารถแจ้งย้ายได้ง่ายๆ ตามคำแนะนำ เพื่อปลดล็อกสิทธิประโยชน์สูงสุดจากการเทรดของคุณ
เริ่มต้นสร้างบัญชี HFM เพิ่มเติมของคุณวันนี้ และยกระดับประสบการณ์การเทรดของคุณไปอีกขั้น พร้อมก้าวสู่การเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น!

