TOP 10 บทความยอดนิยม

ดูทั้งหมด
รีวิวโบรกเกอร์ วิธีสมัคร

วิธีการเปิดเพิ่มบัญชีของ HFM (อัปเดต 2025)

พฤศจิกายน 21, 2025

Ultimate Guide: วิธีเปิดบัญชีเทรด HFM เพิ่มเติม (อัปเดตล่าสุด 2025) เพื่อยกระดับกลยุทธ์การเทรดของคุณ

ในโลกของการเทรด Forex ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีบัญชีเทรดที่หลากหลายถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถบริหารความเสี่ยง ทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆ และปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่จะนำคุณไปสู่วิธีการเปิดบัญชี HFM เพิ่มเติม (HotForex) ที่ได้รับการอัปเดตล่าสุดปี 2025 สำหรับผู้ที่มีบัญชีอยู่แล้ว เพื่อให้คุณสามารถขยายขีดความสามารถในการเทรดและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลกำไรสูงสุด

การมีบัญชีเทรดเพียงหนึ่งบัญชีอาจจำกัดศักยภาพในการปรับใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย การเปิดบัญชีเพิ่มเติมกับ HFM ช่วยให้คุณสามารถ:

  • แยกกลยุทธ์การเทรด: ใช้บัญชีหนึ่งสำหรับ Scalping, อีกบัญชีสำหรับ Swing Trade หรือ Day Trade เพื่อให้การจัดการและประเมินผลกลยุทธ์แต่ละประเภททำได้อย่างชัดเจนและเป็นระเบียบ เช่น บัญชีหนึ่งเน้น กลยุทธ์ Scalping อีกบัญชีเน้นการถือยาว
  • ทดสอบ EA (Expert Advisor) หรือระบบเทรดใหม่: โดยไม่ต้องรบกวนบัญชีหลักที่กำลังทำกำไรอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ EA Trading ก่อนนำไปใช้กับเงินทุนจำนวนมาก
  • บริหารความเสี่ยง: กระจายความเสี่ยงไปในบัญชีต่างๆ หากบัญชีหนึ่งประสบปัญหา อีกบัญชีก็ยังคงดำเนินต่อไปได้ ช่วยลดผลกระทบต่อพอร์ตโฟลิโอโดยรวม
  • ทดลองสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน: เทรด Forex ในบัญชีหนึ่ง และเทรดทองคำในอีกบัญชีเพื่อการจัดการที่ชัดเจน และสามารถปรับเลเวอเรจหรือประเภทบัญชีให้เหมาะสมกับลักษณะของสินทรัพย์นั้นๆ ได้

ทำไมต้องเปิดบัญชีเทรดเพิ่มเติมกับ HFM?

HFM (HotForex) เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ได้รับความไว้วางใจทั่วโลก ด้วยการนำเสนอสภาพแวดล้อมการเทรดที่ยอดเยี่ยม ประเภทบัญชีที่หลากหลาย และแพลตฟอร์มการเทรดที่ทันสมัย การเปิดบัญชีเพิ่มเติมกับ HFM จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตโฟลิโอการลงทุนของตน HFM มีข้อดีหลายประการที่สนับสนุนการเปิดบัญชีเพิ่มเติม:

  • ความน่าเชื่อถือสูง: HFM เป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานทางการเงินหลายแห่งทั่วโลก ทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของเงินทุน
  • ประเภทบัญชีหลากหลาย: มีตัวเลือกบัญชีที่ตอบสนองความต้องการของเทรดเดอร์ทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ
  • แพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำ: รองรับ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูง
  • บริการลูกค้าที่เป็นเลิศ: พร้อมให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ

ขั้นตอนโดยละเอียด: วิธีเปิด “บัญชีเทรดเพิ่มเติม” ของ HFM (สำหรับผู้ที่มีบัญชีอยู่แล้ว)

1. เข้าสู่ระบบพื้นที่สมาชิกส่วนบุคคล (myHF) ของคุณ

ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการเข้าถึงพื้นที่การจัดการบัญชีส่วนตัวของคุณ ซึ่งเรียกว่า myHF คุณสามารถทำได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ HFM ซึ่งเป็นประตูสู่การบริหารจัดการบัญชีเทรดทั้งหมดของคุณอย่างปลอดภัยและครบวงจร

  • เข้าเว็บไซต์: https://my.hfm.com โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเพื่อหลีกเลี่ยง phishing
  • ล็อกอิน: ใช้ที่อยู่อีเมลและรหัสผ่านที่คุณได้ลงทะเบียนไว้เมื่อเปิดบัญชี HFM ครั้งแรก การเข้าสู่ระบบ myHF อย่างปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถจัดการบัญชีทั้งหมดได้อย่างราบรื่นและเข้าถึงเครื่องมือการเทรดต่างๆ ที่ HFM มีให้ เช่น การฝาก-ถอนเงิน การโอนเงินภายใน และการตรวจสอบประวัติการเทรด
วิธีการเปิดเพิ่มบัญชี ของ HFM ล่าสุด 2025

2. เลือกเมนู “บัญชีของฉัน (My Accounts)” บน Dashboard

เมื่อคุณเข้าสู่ระบบ myHF ได้สำเร็จ คุณจะพบกับหน้า Dashboard ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการจัดการกิจกรรมการเทรดทั้งหมดของคุณ หน้านี้จะแสดงภาพรวมสถานะบัญชีและข้อมูลสำคัญต่างๆ ให้สังเกตและเลือกเมนู “My Accounts” หรือ “บัญชีของฉัน” ซึ่งโดยปกติจะอยู่ด้านข้างหรือด้านบนของหน้าจอ เมนูนี้จะนำคุณไปยังหน้าจอที่แสดงรายละเอียดของบัญชีเทรดที่คุณมีอยู่ทั้งหมด รวมถึงหมายเลขบัญชี ประเภทบัญชี ยอดคงเหลือ และสถานะปัจจุบัน

วิธีเปิด “บัญชีเทรดเพิ่มเติม” ของ HFM

3. คลิก “เปิดบัญชีใหม่ (Open New Account)” เพื่อเริ่มต้น

ในหน้า “My Accounts” ที่แสดงรายการบัญชีของคุณ คุณจะเห็นปุ่มหรือลิงก์ที่มีข้อความว่า “➕ Open New Account” หรือ “เปิดบัญชีใหม่” นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างบัญชีเทรดเพิ่มเติมของคุณ กดปุ่มนี้เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกและกำหนดค่าประเภทบัญชีที่เหมาะกับวัตถุประสงค์การเทรดที่คุณต้องการ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการพอร์ตโฟลิโอของคุณ

4. พิจารณาและเลือกประเภทบัญชี HFM ที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณ

HFM เข้าใจดีว่าเทรดเดอร์แต่ละคนมีสไตล์และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน จึงนำเสนอประเภทบัญชีที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของคุณ การเลือกประเภทบัญชีที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการเทรดของคุณ HFM มีประเภทบัญชีหลักๆ ดังนี้ ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน:

  • Premium Account:
    • คืออะไร: เป็นบัญชีมาตรฐานและเป็นที่นิยมที่สุด เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ โดยเฉพาะมือใหม่ เนื่องจากมีเงื่อนไขการเทรดที่สมดุลและเข้าถึงง่าย
    • จุดเด่น: สเปรดเริ่มต้นที่ค่อนข้างต่ำโดยไม่มีการคิดค่าคอมมิชชั่นต่อล็อต ทำให้ต้นทุนการเทรดสามารถคาดการณ์ได้ง่าย มีเลเวอเรจที่ยืดหยุ่น และมีสินทรัพย์ให้เทรดหลากหลาย (Forex, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนี)
    • เหมาะกับใคร:
      • มือใหม่: ที่ต้องการเริ่มต้นโดยไม่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้
      • เทรดเดอร์ทั่วไป: ที่ต้องการความสมดุลระหว่างสเปรดและค่าคอมมิชชั่น และไม่ต้องการความผันผวนของค่าใช้จ่ายที่เกิดจากคอมมิชชั่น
  • Zero Spread Account:
    • คืออะไร: บัญชีนี้ถูกออกแบบมาสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการสเปรดที่ต่ำมากหรือเป็นศูนย์ในคู่สกุลเงินหลัก (Major Pairs) โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าคอมมิชชั่นต่อล็อตแทน
    • จุดเด่น: สเปรดเป็น 0 (หรือใกล้เคียง 0) ในคู่สกุลเงินหลักบางคู่ เช่น EUR/USD ทำให้ราคา Bid และ Ask ใกล้เคียงกันมาก มีการคิดค่าคอมมิชชั่นต่อล็อตที่ชัดเจน
    • เหมาะกับใคร:
      • Scalper: ผู้ที่เทรดเร็วและต้องการเข้าออกตลาดด้วยต้นทุนสเปรดที่ต่ำที่สุด เพื่อทำกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาเพียงไม่กี่จุด
      • EA Trader: ระบบเทรดอัตโนมัติ (EA) ที่อ่อนไหวต่อสเปรด จะทำงานได้ดีขึ้นในบัญชีประเภทนี้ เนื่องจากลดผลกระทบจาก slippage และค่าใช้จ่ายในการเข้าออเดอร์
      • เทรดทองคำ (Gold Trader): บัญชีประเภทนี้มักให้สเปรดทองคำ (XAU/USD) ที่ต่ำเป็นพิเศษ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการเทรดทองคำ (Gold Sentiment)
  • Pro Account:
    • คืออะไร: บัญชี Pro ให้สภาวะการเทรดที่เหนือกว่า ด้วยสเปรดที่แคบยิ่งขึ้นและเงื่อนไขการเทรดที่ดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับบัญชี Premium โดยยังคงไม่มีค่าคอมมิชชั่น
    • จุดเด่น: สเปรดที่แคบลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับบัญชี Premium เหมาะสำหรับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง หรือผู้ที่ต้องการความแม่นยำในการเข้าออเดอร์
    • เหมาะกับใคร:
      • เทรดเดอร์มืออาชีพ/มีประสบการณ์: ที่ต้องการสภาพคล่องสูงและต้นทุนการเทรดที่ต่ำกว่า เพื่อยกระดับกลยุทธ์ของตน และสามารถรับมือกับ leverage ที่สูงขึ้นได้
      • ผู้ที่เทรดด้วยปริมาณมาก: จะได้รับประโยชน์จากสเปรดที่แคบลง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนรวมในการเทรดจำนวนมาก
  • Cent Account:
    • คืออะไร: บัญชี Cent เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเริ่มต้นด้วยเงินทุนน้อย หรือสำหรับการทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆ โดยมีความเสี่ยงต่ำที่สุด เนื่องจากยอดเงินในบัญชีและปริมาณการเทรดถูกแปลงเป็นหน่วยเซ็นต์
    • จุดเด่น: ยอดเงินในบัญชีจะแสดงเป็นหน่วยเซ็นต์ (เช่น ฝาก $10 จะแสดงเป็น 1000 เซ็นต์) ทำให้การเทรดด้วยล็อตขนาดเล็กที่สุดเป็นไปได้ (เช่น 0.01 ล็อตมาตรฐานจะเท่ากับ 1 Cent Lot) ช่วยลดความเสี่ยงอย่างมากในการเรียนรู้การเทรดจริง
    • เหมาะกับใคร:
      • มือใหม่หัดเทรด: ที่ต้องการฝึกฝนการเทรดจริงด้วยเงินจำนวนน้อยที่สุด ก่อนที่จะใช้บัญชีจริงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น บัญชี Demo อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับการฝึก แต่บัญชี Cent ให้ประสบการณ์การเทรดด้วยเงินจริง
      • ผู้ที่ต้องการทดสอบ EA: ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือกลยุทธ์ใหม่ๆ ในสภาพแวดล้อมจริงที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยใช้เงินทุนเพียงเล็กน้อย

คำแนะนำ: การเลือกประเภทบัญชีควรพิจารณาจากสไตล์การเทรด งบประมาณ และระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ หากคุณไม่แน่ใจ การเริ่มต้นด้วยบัญชี Premium หรือ Cent แล้วค่อยๆ อัปเกรดเป็น Pro หรือ Zero Spread เมื่อมีประสบการณ์และความเข้าใจในตลาดมากขึ้น ก็เป็นแนวทางที่ดีและปลอดภัยกว่า

5. เลือกแพลตฟอร์มการเทรด: MetaTrader 4 (MT4) หรือ MetaTrader 5 (MT5)

HFM รองรับแพลตฟอร์มการเทรดยอดนิยมสองแพลตฟอร์มจาก MetaQuotes Software Corporation คือ MetaTrader 4 (MT4) และ MetaTrader 5 (MT5) ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความต้องการและกลยุทธ์การเทรดของคุณ โดยมีข้อแตกต่างที่สำคัญดังตารางด้านล่าง

คุณสมบัติ MetaTrader 4 (MT4) MetaTrader 5 (MT5)
สินทรัพย์ที่เทรดได้ เน้นเฉพาะ Forex และ CFD บางส่วน (เช่น ทองคำ, น้ำมัน) Forex, หุ้น, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, CFD, Futures (เป็นแพลตฟอร์ม Multi-asset)
เครื่องมือวิเคราะห์ Indicators 30 ตัว, Timeframes 9 รูปแบบ (M1, M5, M15, M30, H1, H4, D1, W1, MN) Indicators 38 ตัว, Timeframes 21 รูปแบบ (เพิ่ม Timeframes ย่อย เช่น M2, M3, M10, H2, H3, H6, H8, H12) มี Economic Calendar ในตัว
ประเภทคำสั่งซื้อขาย Market, Limit, Stop, Trailing Stop เพิ่ม Fill or Kill (FoK), Immediate or Cancel (IoC), Return ทำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
การ Backtesting ค่อนข้างจำกัด ใช้ได้กับ EA แบบ Single Thread มีประสิทธิภาพสูงกว่า รองรับการทดสอบกลยุทธ์ที่ซับซ้อนและ Multi-thread processing
ภาษาที่ใช้เขียน EA MQL4 (ใช้งานง่ายกว่าสำหรับ EA เก่า) MQL5 (ทันสมัยกว่า ฟังก์ชันการทำงานกว้างขวาง รองรับ Object-oriented programming)
ความนิยม ยังคงเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับ Forex และ EA ดั้งเดิมจำนวนมาก เป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคต ฟังก์ชันครบครัน เหมาะสำหรับการเทรดที่หลากหลาย

คำแนะนำในการเลือก:

  • หากคุณมี EA (Expert Advisor) ตัวเก่าที่สร้างขึ้นสำหรับ MT4 โดยเฉพาะ หรือคุ้นเคยกับ MT4 เป็นอย่างดี และเน้นการเทรด Forex เป็นหลัก คุณอาจเลือก MT4
  • สำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการความทันสมัย ฟังก์ชันการวิเคราะห์ที่หลากหลายขึ้น การเข้าถึงสินทรัพย์ที่มากกว่า (เช่น หุ้น หรือดัชนี), และประสิทธิภาพการ Backtesting ที่ดีกว่า ควรเลือก MT5 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

สำคัญมาก: กรอกรหัส Sponsor ID ของ FTT เพื่อรับสิทธิพิเศษ!

ในช่อง “Sponsor ID” หรือ “รหัสอ้างอิง” ซึ่งเป็นช่องที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มผลประโยชน์จากการเทรดของคุณ กรุณากรอกรหัสอ้างอิงของ FTT ดังนี้:

76866

การกรอกรหัสนี้จะเชื่อมบัญชีของคุณเข้ากับทีม FTT investing ซึ่งจะทำให้คุณได้รับสิทธิ์รีเบตสูงสุดถึง 45% รีเบตคือการได้รับเงินคืนจากค่าสเปรดหรือคอมมิชชั่นที่คุณจ่ายไปในการเทรดทุกครั้งที่มีการเปิดและปิดคำสั่งซื้อขาย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการลดต้นทุนการเทรดและเพิ่มผลกำไรสุทธิในระยะยาว ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน เพราะไม่ว่าคุณจะแพ้หรือชนะ คุณก็จะได้รับเงินคืนส่วนหนึ่งกลับมาเสมอ

6. เลือกสกุลเงินหลักของบัญชี (Account Currency)

คุณจะต้องเลือกสกุลเงินหลักสำหรับบัญชีเทรดใหม่ของคุณ ซึ่ง HFM รองรับหลายสกุลเงิน การเลือกสกุลเงินที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อการคำนวณและจัดการเงินทุนของคุณ

  • USD (ดอลลาร์สหรัฐฯ):
    • ทำไมถึงแนะนำ: USD เป็นสกุลเงินมาตรฐานสากลในการเทรด Forex และเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการคำนวณ Lot size, Pip value และกำไร/ขาดทุน ได้อย่างแม่นยำและเป็นสากลมากที่สุด การเลือก USD จะช่วยให้คุณเข้าใจและเปรียบเทียบผลการเทรดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณใช้ EA หรือเครื่องมือวิเคราะห์ที่อ้างอิงกับ USD เป็นหลัก นอกจากนี้ยังช่วยหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินเมื่อทำการฝาก-ถอนเงินกับแหล่งเงินทุนที่เป็น USD และลดความยุ่งยากในการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน
  • THB (บาทไทย):
    • ข้อดี: สะดวกสำหรับเทรดเดอร์ชาวไทยที่ไม่ต้องการกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อฝากหรือถอนเงินเข้าสู่บัญชีธนาคารไทยโดยตรง
    • ข้อควรพิจารณา: อาจไม่สะดวกในการคำนวณบางอย่าง เช่น Lot size หรือ Pip value เมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล และอาจมีผลต่อการทำงานของ EA บางตัวที่ออกแบบมาสำหรับบัญชี USD
  • EUR (ยูโร):
    • ข้อดี: เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่อยู่ในภูมิภาคยูโรโซน หรือมีเงินทุนหลักเป็น EUR และต้องการหลีกเลี่ยงการแปลงสกุลเงินที่ไม่จำเป็น

คำแนะนำ: โดยทั่วไปแล้ว USD เป็นตัวเลือกที่แนะนำมากที่สุด เพื่อความสอดคล้องกับตลาดโลก ความสะดวกในการคำนวณต่างๆ ในการเทรด และความเข้ากันได้กับ EA และเครื่องมือวิเคราะห์ส่วนใหญ่ หากไม่มีเหตุผลเฉพาะเจาะจงที่ต้องใช้สกุลเงินอื่น การเลือก USD เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

7. ตรวจสอบและยืนยันการเปิดบัญชี

หลังจากที่คุณได้เลือกประเภทบัญชี แพลตฟอร์ม และสกุลเงินเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่คุณได้กรอกไปอีกครั้งอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้องและตรงตามความต้องการของคุณ จากนั้นกดปุ่ม “Create Account” หรือ “สร้างบัญชี”

ระบบของ HFM จะดำเนินการเปิดบัญชีใหม่ให้คุณทันที และจะส่งรายละเอียดสำคัญของบัญชีไปยังที่อยู่อีเมลที่คุณใช้ในการลงทะเบียน ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเข้าสู่ระบบแพลตฟอร์มการเทรด:

  • หมายเลขบัญชีเทรด (Login ID): เป็นรหัสประจำตัวของบัญชีใหม่ของคุณ ใช้สำหรับเข้าสู่ระบบแพลตฟอร์ม MT4/MT5
  • Server: ชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่คุณต้องเลือกเมื่อเข้าสู่ระบบ MT4/MT5 เพื่อเชื่อมต่อกับข้อมูลตลาดของ HFM
  • รหัสผ่าน (Password): รหัสผ่านสำหรับเข้าสู่บัญชีเทรดของคุณ โปรดเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยและไม่เปิดเผยให้ผู้อื่นทราบ

เมื่อได้รับข้อมูลเหล่านี้แล้ว คุณสามารถนำไปล็อกอินเข้าสู่แพลตฟอร์ม MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือของคุณได้ทันที และเริ่มต้นการเทรดในบัญชีใหม่ได้เลย อย่าลืมเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ในที่ปลอดภัย และพิจารณาใช้การยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (2FA) หากมีให้บริการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ

📌 สำคัญมาก — สำหรับลูกค้าที่ต้องการรับรีเบต 45% กับ FTT investing

หากคุณมีบัญชี HFM อยู่แล้ว และบัญชีเดิมนั้นอยู่ภายใต้ IB (Introducing Broker) อื่นๆ บัญชีเทรดใหม่ที่คุณเปิดเพิ่มเติมก็มักจะถูกจัดให้อยู่ภายใต้ IB เดิมโดยอัตโนมัติเช่นกัน ซึ่งอาจทำให้คุณพลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์จาก FTT investing

แต่ถ้าคุณต้องการให้บัญชีใหม่ที่คุณเพิ่งเปิด หรือบัญชีเดิมที่คุณมีอยู่แล้ว ถูกย้ายมาอยู่ภายใต้ IB ของ FTT investing (รหัส IB: 76866) เพื่อรับสิทธิ์รีเบตสูงสุด 45% ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการลดต้นทุนการเทรดและเพิ่มกำไรในระยะยาว คุณสามารถดำเนินการแจ้งย้าย IB ได้ทันที

คลิกเพื่อดูวิธีแจ้งย้าย IB HFM (สำหรับบัญชีที่มีอยู่แล้ว)

ประโยชน์ของการย้าย IB มาอยู่กับ FTT investing:

  • รับรีเบตสูงสุด 45%: นี่คือสิทธิประโยชน์ที่สำคัญที่สุด การได้รับเงินคืนจากค่าสเปรดหรือคอมมิชชั่นทุกครั้งที่คุณเทรด จะช่วยลดต้นทุนการเทรดของคุณได้อย่างมาก ทำให้กลยุทธ์การเทรดของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรสุทธิ
  • การสนับสนุนจากทีมงาน FTT: คุณจะได้รับการสนับสนุนและข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากทีมงาน FTT ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรด พร้อมให้คำแนะนำและช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ
  • เข้าถึงข้อมูลและระบบเทรดพิเศษ: อาจมีโอกาสเข้าถึงเครื่องมือ หรือ EA ระบบเทรดอัตโนมัติฟรี ที่ทีมงาน FTT พัฒนาขึ้นมา ซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเทรดของคุณ

ข้อความสำหรับส่งให้ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ HFM (อัปเดตล่าสุด 2025)

ในการแจ้งย้าย IB คุณจะต้องส่งอีเมลหรือข้อความผ่าน Live Chat ไปยังฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ HFM ด้วยข้อความดังต่อไปนี้ โปรดกรอกข้อมูลส่วนตัวของคุณให้ถูกต้องและครบถ้วน:

ภาษาไทย:
“เรียน ฝ่ายสนับสนุนลูกค้า HFM

ฉันต้องการให้โยกบัญชีเทรดของฉันไปอยู่ภายใต้ IB (Introducing Broker) 376866 (FTTinvesting) ค่ะ

ข้อมูลของฉันคือ:
• เลขบัญชีเทรด: XXXXXXX (กรุณาใส่หมายเลขบัญชี HFM ของคุณที่คุณต้องการย้าย)
• ชื่อ–นามสกุล: (กรุณาใส่ชื่อ-นามสกุลของคุณตามที่ลงทะเบียนไว้กับ HFM)
• อีเมลที่ใช้สมัคร: (กรุณาใส่อีเมลที่คุณใช้สมัครบัญชี HFM)

ขอบคุณค่ะ”

สิ่งที่คุณจะได้รับหลังจากส่งคำขอ:

  • การตอบกลับ: โดยปกติแล้ว ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ HFM จะตอบกลับคุณภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยอาจระบุว่า “Request Submitted” หรือ “คำขอถูกส่งแล้ว” ซึ่งเป็นการยืนยันว่าคำขอของคุณอยู่ระหว่างการดำเนินการ
  • ระยะเวลาดำเนินการ: โดยปกติแล้ว การดำเนินการย้าย IB จะแล้วเสร็จภายใน 1 วันทำการ (ขึ้นอยู่กับปริมาณงานของฝ่ายสนับสนุน) และคุณจะได้รับการแจ้งเตือนยืนยันทางอีเมลเมื่อบัญชีของคุณถูกย้าย IB ไปอยู่ภายใต้ FTTinvesting เรียบร้อยแล้ว
  • การตรวจสอบ: หลังจากได้รับแจ้งยืนยัน ให้ตรวจสอบในพื้นที่ myHF ของคุณ เพื่อยืนยันว่าบัญชีของคุณแสดงข้อมูล IB ใหม่เป็น FTTinvesting (รหัส 376866) เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับสิทธิ์รีเบตตามที่คาดหวัง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเปิดบัญชี HFM เพิ่มเติม

Q1: ฉันสามารถเปิดบัญชี HFM เพิ่มเติมได้กี่บัญชี?

A1: HFM มีนโยบายที่ยืดหยุ่นในการเปิดบัญชีเทรดเพิ่มเติม ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีได้หลายบัญชีภายใต้พื้นที่สมาชิก myHF เดียวกัน โดยไม่มีข้อจำกัดที่ชัดเจนตายตัวว่าต้องเปิดได้สูงสุดกี่บัญชี คุณสามารถเปิดบัญชีได้ตามความต้องการในการบริหารจัดการกลยุทธ์การเทรดที่หลากหลาย เช่น แยกบัญชีสำหรับเทรดคู่เงินหลัก, เทรดทองคำ, หรือทดสอบ EA ใหม่ๆ เพื่อให้การจัดการพอร์ตโฟลิโอของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด

Q2: การเปิดบัญชีเพิ่มเติมมีค่าใช้จ่ายหรือไม่?

A2: การเปิดบัญชีเทรดเพิ่มเติมกับ HFM นั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น บัญชีแต่ละบัญชีจะถูกสร้างขึ้นมาฟรี คุณจะต้องฝากเงินเข้าบัญชีใหม่นั้นเมื่อต้องการเริ่มทำการเทรดจริงเท่านั้น ซึ่งคุณสามารถเลือกจำนวนเงินฝากเริ่มต้นที่เหมาะสมกับประเภทบัญชีที่คุณเลือกและกลยุทธ์การเทรดของคุณ

Q3: ฉันสามารถใช้เงินทุนจากบัญชีเดิมโอนไปยังบัญชีใหม่ได้หรือไม่?

A3: ได้อย่างแน่นอน! HFM มีระบบการโอนเงินภายใน (Internal Transfer) ที่สะดวกและรวดเร็ว คุณสามารถโอนเงินจากบัญชี HFM หนึ่งไปยังอีกบัญชี HFM หนึ่งของคุณได้โดยตรงผ่านพื้นที่สมาชิก myHF โดยส่วนใหญ่จะไม่มีค่าธรรมเนียม และโดยปกติแล้วการดำเนินการจะเสร็จสิ้นทันที ทำให้การจัดการเงินทุนระหว่างบัญชีต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย

Q4: ฉันควรเลือกแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5 สำหรับบัญชีใหม่?

A4: การเลือกระหว่าง MT4 และ MT5 ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และสไตล์การเทรดของคุณ หากคุณเน้นการเทรด Forex เป็นหลักและมี EA เก่าที่รองรับ MT4 ก็อาจเลือก MT4 เพื่อความเข้ากันได้ แต่ถ้าคุณต้องการความสามารถในการเทรดสินทรัพย์ที่หลากหลาย (Multi-asset) เช่น หุ้นหรือดัชนี, มีเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัยกว่า, Timeframes ที่มากขึ้น, และประสิทธิภาพการ Backtesting ที่ดีกว่า ควรเลือก MT5 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใหม่กว่าและมีฟังก์ชันการทำงานที่ครอบคลุมมากกว่า เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตของการเทรดของคุณ

Q5: หากฉันลืมกรอก Sponsor ID ตอนเปิดบัญชี จะสามารถแก้ไขภายหลังได้หรือไม่?

A5: ไม่สามารถแก้ไข Sponsor ID ได้โดยตรงหลังจากเปิดบัญชีไปแล้วในระบบการลงทะเบียนปกติ อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการรับรีเบตจาก FTT คุณสามารถแจ้งฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ HFM ให้โยกบัญชีของคุณไปอยู่ภายใต้ IB 76866 ของ FTTinvesting ได้ตามขั้นตอนที่อธิบายไว้ในหัวข้อ “📌 สำคัญมาก — สำหรับลูกค้าที่ต้องการรับรีเบต 45% กับ FTT investing” ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันทั่วไปในการเปลี่ยน IB

สรุป: การขยายศักยภาพการเทรดด้วยบัญชี HFM เพิ่มเติม

การเปิดบัญชีเทรดเพิ่มเติมกับ HFM เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการเทรด ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่ต้องการทดลองด้วยบัญชี Cent หรือเทรดเดอร์มืออาชีพที่ต้องการแยกกลยุทธ์เฉพาะทาง HFM มีตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ การจัดการบัญชีที่หลากหลายจะช่วยให้คุณสามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะตลาดที่แตกต่างกันได้อย่างคล่องตัว และทดสอบแนวคิดการเทรดใหม่ๆ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับเงินทุนหลักของคุณ

ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ที่เราได้แนะนำไปนี้ พร้อมทั้งพิจารณาเลือกประเภทบัญชีและแพลตฟอร์มที่เหมาะสม อย่าลืมกรอก Sponsor ID 76866 เพื่อรับสิทธิ์รีเบตสูงสุด 45% จาก FTT investing ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดต้นทุนการเทรดได้อย่างมหาศาล และหากบัญชีของคุณอยู่ภายใต้ IB อื่นอยู่แล้ว ก็สามารถแจ้งย้ายได้ง่ายๆ ตามคำแนะนำ เพื่อปลดล็อกสิทธิประโยชน์สูงสุดจากการเทรดของคุณ

เริ่มต้นสร้างบัญชี HFM เพิ่มเติมของคุณวันนี้ และยกระดับประสบการณ์การเทรดของคุณไปอีกขั้น พร้อมก้าวสู่การเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

You Might Also Like

Contact Us on Line