XAUUSD Analysis AI
Analysis Explanation
การวิเคราะห์ทองคำ (XAU/USD) ฉบับนักเทรดผู้ชำนาญ: สถานการณ์ปัจจุบันและกลยุทธ์การเทรดขั้นสูง
สวัสดีครับ เทรดเดอร์ผู้เปี่ยมประสบการณ์ทุกท่าน! ในฐานะนักวิเคราะห์และยอดนักเทรดผู้ชำนาญ ผมขอนำเสนอการวิเคราะห์ทองคำ (XAU/USD) อย่างละเอียดและครอบคลุมที่สุด เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในตลาดที่ผันผวนนี้
ณ วันที่และเวลาปัจจุบัน: 2026-02-01 11:00:26 (GMT+7)
ราคาทองคำ (XAU/USD) ณ ตอนนี้: 4,865.35

สารบัญบทความ
- บทนำ
- การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
- การวิเคราะห์ข่าวสารล่าสุด (News Analysis)
- สรุปปฏิทินข่าวเศรษฐกิจย้อนหลัง (ธันวาคม 2025)
- การวิเคราะห์ทางเทคนิคและกลยุทธ์การเทรด (Technical and Strategy)
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุปและข้อเสนอแนะ
บทนำ
ตลาดทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง ด้วยสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทางการเมือง นโยบายการเงินที่ผันผวน และข้อมูลเศรษฐกิจที่หลากหลาย ทำให้ทองคำยังคงเป็นที่พึ่งพิงสำคัญของนักลงทุน การวิเคราะห์เชิงลึกในครั้งนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจถึงแรงขับเคลื่อนของตลาดทองคำในปัจจุบัน และสามารถวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นใจ
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
Gold Forecast, News and Analysis (XAU/USD) – FXStreet

สถานการณ์ทองคำล่าสุดแสดงให้เห็นถึงการปรับฐานที่รุนแรง หลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในช่วงต้นเดือนมกราคม แต่กลับมีการเทขายทำกำไรอย่างหนัก ทำให้ราคาทองคำร่วงลงต่ำกว่าระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การปรับฐานนี้ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย:
- การเทขายทำกำไรและการปรับฐานทางเทคนิค: ราคาทองคำที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วถึงระดับ 5,600 ดอลลาร์ ทำให้เกิดภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเทขายทำกำไรครั้งใหญ่
- นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed): การคาดการณ์เกี่ยวกับการแต่งตั้ง Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสายเหยี่ยว (hawkish) มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ได้ลดความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง สิ่งนี้ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนน่าดึงดูดน้อยลง
- ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่ง: ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาสูงกว่าคาดการณ์ (Core PPI เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี) บ่งชี้ถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ สนับสนุนแนวคิดว่า Fed อาจคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปอีกนาน
- ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์: แม้จะมีการปรับฐาน แต่ปัจจัยหนุนระยะยาวของทองคำยังคงอยู่ ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบอิหร่าน (ภัยคุกคามและการซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซ) และความขัดแย้งทางการค้าที่ยืดเยื้อกับสหภาพยุโรป ยังคงหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
- ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ: ความกังวลโดยรวมเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงของตลาดยังคงมีอยู่
สรุปคือ แม้ทองคำจะมีการปรับฐานอย่างรุนแรงในระยะสั้น แต่ปัจจัยหนุนระยะยาวจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจยังคงเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญ
การวิเคราะห์ข่าวสารล่าสุด (News Analysis)
จาก InstaForex Analytics และ News Insta Forex
ข่าวสารล่าสุดจาก InstaForex ชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดทองคำและสกุลเงินหลัก:
1. ข่าวการแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่และผลกระทบ
รายงานข่าวระบุว่า Kevin Warsh เป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ ที่จะได้รับเลือกเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความผันผวนในตลาด:
- ตลาดตอบสนองอย่างรวดเร็ว: ทันทีที่มีข่าวลือแพร่สะพัด ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ เช่น คริปโตเคอร์เรนซี หุ้น และโลหะมีค่า (รวมถึงทองคำ) มีการเทขายอย่างรุนแรง
- มุมมองที่หลากหลายต่อ Warsh: Warsh มีชื่อเสียงในอดีตว่าเป็นสายเหยี่ยวที่สนับสนุนการลดขนาดโครงการกระตุ้นทางการเงินและต่อต้านนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเกินไป อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังเขาได้ปรับท่าทีเข้าหานายทรัมป์มากขึ้น โดยสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
- ผลกระทบต่อเงินดอลลาร์: แม้ว่านโยบายที่เข้มงวดขึ้นในทางทฤษฎีจะหนุนเงินดอลลาร์ แต่ผลตอบสนองของดอลลาร์กลับไม่แข็งแกร่งอย่างที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากแรงกดดันเชิงลบอื่นๆ ที่มีต่อเงินดอลลาร์ในปัจจุบันมีอยู่มาก
ข่าวการแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงและค่าเงินดอลลาร์ และท้ายที่สุดคือราคาทองคำ

2. ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาด
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นประเด็นหลักที่ตลาดจับตา:
- ภัยคุกคามทางการทหารต่ออิหร่าน: นายทรัมป์ได้ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการโจมตีอิหร่าน หากเตหะรานปฏิเสธข้อตกลงนิวเคลียร์และไม่ยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ ความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหารที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นปัจจัยที่หนุนสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
- สงครามการค้าและการคุกคามภาษี: การขู่ขึ้นภาษี 50% ต่ออากาศยานที่ผลิตในแคนาดา และความตึงเครียดกับประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้ ยังคงสร้างความกังวลและกระตุ้นการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
- ความไม่แน่นอนจากนโยบายของทรัมป์: นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ที่มุ่งเน้นการลดค่าเงินดอลลาร์เพื่อส่งเสริมการส่งออกของสหรัฐฯ และการแทรกแซงทางการเมืองต่อนโยบายของ Fed สร้างความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องในตลาดการเงิน

3. สภาพเศรษฐกิจโลกและข่าวเศรษฐกิจภูมิภาค
รายงานเศรษฐกิจจากภูมิภาคต่างๆ แสดงให้เห็นภาพรวมที่หลากหลาย:
- เกาหลีใต้: การส่งออกในเดือนมกราคม 2026 พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.9% ซึ่งเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกินดุลการค้ากว่า 8.74 พันล้านดอลลาร์ แม้การนำเข้าจะต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
- จีน: ดัชนี PMI ภาคบริการและภาคการผลิตของจีนปรับตัวลดลงในเดือนมกราคม 2026 สะท้อนถึงความท้าทายจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวหลังวันหยุดและแรงกดดันด้านอสังหาริมทรัพย์ การหดตัวในภาคการผลิตบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงต้นปี
- สหรัฐฯ: ดัชนี Chicago Business Barometer พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งสู่ระดับ 54 ในเดือนมกราคม 2026 ทำลายสถิติการหดตัว 25 เดือนติดต่อกัน บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคชิคาโก

โดยรวมแล้ว การวิเคราะห์ข่าวสารชี้ให้เห็นว่าตลาดยังคงอยู่ในภาวะเปราะบางจากปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจ การคาดการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้นำ Fed และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่สร้างความผันผวนให้กับราคาทองคำในระยะสั้นและระยะกลาง












































สรุปปฏิทินข่าวเศรษฐกิจย้อนหลัง (ธันวาคม 2025)
ข้อมูลปฏิทินข่าวเศรษฐกิจที่รวบรวมมานี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งถือเป็นปัจจัยทางประวัติศาสตร์ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงที่ผ่านมา การทำความเข้าใจเหตุการณ์เหล่านี้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของแรงกดดันและแรงหนุนที่ส่งผลต่อราคาทองคำและคู่สกุลเงินอื่นๆ:
| วันที่/เวลา (UTC) | สกุลเงิน | ความสำคัญ | ข่าว | ผลลัพธ์ | คาดการณ์ | ก่อนหน้า |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 2025.12.09 03:30 | AUD | HIGH | Cash Rate | 3.60% | 3.60% | N/A |
| 2025.12.09 03:30 | AUD | HIGH | RBA Rate Statement | N/A | N/A | N/A |
| 2025.12.09 04:30 | AUD | HIGH | RBA Press Conference | N/A | N/A | N/A |
| 2025.12.09 09:00 | JPY | HIGH | BOJ Gov Ueda Speaks | N/A | N/A | N/A |
| 2025.12.09 13:15 | USD | HIGH | ADP Weekly Employment Change | -13.5K | N/A | N/A |
| 2025.12.09 15:00 | USD | HIGH | JOLTS Job Openings | 7.14M | 7.66M | N/A |
| 2025.12.10 13:30 | USD | HIGH | Employment Cost Index q/q | 0.9% | 0.9% | N/A |
| 2025.12.10 14:45 | CAD | HIGH | BOC Rate Statement | N/A | N/A | N/A |
| 2025.12.10 14:45 | CAD | HIGH | Overnight Rate | 2.25% | 2.25% | N/A |
| 2025.12.10 15:30 | CAD | HIGH | BOC Press Conference | N/A | N/A | N/A |
| 2025.12.10 19:00 | USD | HIGH | Federal Funds Rate | 3.75% | 4.00% | N/A |
| 2025.12.10 19:00 | USD | HIGH | FOMC Economic Projections | N/A | N/A | N/A |
| 2025.12.10 19:00 | USD | HIGH | FOMC Statement | N/A | N/A | N/A |
| 2025.12.10 19:30 | USD | HIGH | FOMC Press Conference | N/A | N/A | N/A |
| 2025.12.11 00:30 | AUD | HIGH | Employment Change | 20.0K | 42.2K | N/A |
| 2025.12.11 00:30 | AUD | HIGH | Unemployment Rate | 4.4% | 4.3% | N/A |
| 2025.12.11 08:30 | CHF | HIGH | SNB Monetary Policy Assessment | N/A | N/A | N/A |
| 2025.12.11 08:30 | CHF | HIGH | SNB Policy Rate | 0.00% | 0.00% | N/A |
| 2025.12.11 09:00 | CHF | HIGH | SNB Press Conference | N/A | N/A | N/A |
| 2025.12.11 13:30 | USD | HIGH | Unemployment Claims | 220K | 191K | N/A |
| 2025.12.12 07:00 | GBP | HIGH | GDP m/m | 0.1% | -0.1% | N/A |
จากปฏิทินย้อนหลังนี้ เราจะเห็นว่าธันวาคม 2025 มีการประกาศนโยบายการเงินที่สำคัญจากธนาคารกลางหลายแห่ง (RBA, BOC, Fed, SNB) และข้อมูลแรงงานของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางของค่าเงินดอลลาร์และตลาดโดยรวม
การวิเคราะห์ทางเทคนิคและกลยุทธ์การเทรด (Technical and Strategy)
การวิเคราะห์แนวโน้มทองคำ (XAU/USD)
จากข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ผมขอสรุปแนวโน้มและกลยุทธ์การเทรดดังนี้:
- แนวโน้มระยะสั้น (Short-term Trend): ขาลง (Bearish)
หลังจากการร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ตัวชี้วัดทางเทคนิคระยะสั้นหลายตัวบ่งชี้ถึงแรงกดดันฝั่งหมีที่เพิ่มขึ้น เช่น MACD บนกราฟ 4-ชั่วโมงที่เคลื่อนตัวต่ำกว่าเส้น Signal และอยู่ใต้ศูนย์ Histogram เป็นลบที่กว้างขึ้นแสดงถึงแรงขายที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ราคาได้หลุดแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 5,000 ดอลลาร์ไปแล้ว
- แนวโน้มระยะยาว (Long-term Trend): ขาขึ้น (Bullish)
แม้จะมีการปรับฐานระยะสั้นอย่างรุนแรง แต่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังคงสนับสนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจยังคงเป็นแรงหนุน นอกจากนี้ Moving Averages ระยะสั้น (21 และ 50) ยังคงอยู่เหนือระยะยาว (144 และ 200) บ่งชี้ว่าแนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น
- เปอร์เซ็นต์ความมั่นใจ: 90%
การวิเคราะห์เชิงลึกจากหลายแหล่งข้อมูลช่วยให้ผมมีความมั่นใจสูงในการประเมินแนวโน้มและระดับราคาที่สำคัญ
- กลยุทธ์การเทรดที่ชัดเจนและมั่นคง:
ณ ราคาปัจจุบันที่ 4,865.35 ซึ่งต่ำกว่าแนวรับสำคัญ 5,000 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ กลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดคือ รอซื้อเมื่อราคาปรับฐานลงอีกครั้งในระดับที่แข็งแกร่ง หรือรอสัญญาณการกลับตัวขึ้นที่ชัดเจน
- กลยุทธ์ระยะสั้น (Short-term Strategy – สำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์สูง):
- พิจารณาการ Short: หากราคาทองคำไม่สามารถกลับมายืนเหนือแนวต้านเดิมที่ 5,000-5,075 ดอลลาร์ได้ และมีสัญญาณเชิงลบต่อเนื่อง อาจพิจารณาการ Short โดยมีเป้าหมายที่ระดับ 4,800-4,685 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับ Retracement 50% และ 200-period EMA บนกราฟ 4 ชั่วโมง
- การบริหารความเสี่ยง: ตั้ง Stop Loss เหนือแนวต้านสำคัญอย่างเคร่งครัด เช่น หาก Short ที่ 4,865 ควรตั้ง Stop Loss ที่ 4,950-5,000
- กลยุทธ์ระยะกลางถึงยาว (Medium to Long-term Strategy – เน้นการสะสมสินทรัพย์):
- รอซื้อเมื่อย่อตัว (Buy the Dip): เนื่องจากแนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้น การปรับฐานในปัจจุบันอาจเป็นโอกาสที่ดีในการสะสมทองคำ
- ระดับราคาที่ใช้ในการตัดสินใจซื้อ:
- แนวรับแรก: 4,800 – 4,685 ดอลลาร์ หากราคาลงมาถึงโซนนี้และมีสัญญาณการดีดกลับ (เช่น รูปแบบแท่งเทียน Bullish Engulfing หรือ RSI เข้าสู่ภาวะ Oversold และเริ่มกลับตัว) อาจพิจารณาเปิดสถานะ Long บางส่วน
- แนวรับถัดไป: 4,526 ดอลลาร์ (แนวโน้ม Rising Trend Line เดิม) หากแรงขายยังคงรุนแรงและราคาหลุดแนวรับที่ 4,685 ลงไป การทดสอบแนวรับถัดไปที่แข็งแกร่งคือ 4,526 ซึ่งเป็นจุดที่เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวสนับสนุนอยู่
- การยืนยันการกลับตัว: ควรมองหาสัญญาณการยืนยันการกลับตัวที่ชัดเจนก่อนเข้าซื้อ เช่น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal, RSI ออกจากภาวะ Oversold และเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือการปิดเหนือระดับราคาจิตวิทยาสำคัญ
- เป้าหมายระยะยาว: หากแนวโน้มขาขึ้นกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง เป้าหมายถัดไปคือการกลับไปทดสอบระดับ 5,279 ดอลลาร์ (23.6% Retracement) และอาจถึงจุดสูงสุดเดิมที่ 5,600 ดอลลาร์หรือสูงกว่า
คำเตือน: ตลาดยังคงมีความผันผวนสูง การบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ควรใช้คำสั่ง Stop Loss เสมอ และปรับขนาดการลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- กลยุทธ์ระยะสั้น (Short-term Strategy – สำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์สูง):
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: การแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่จะส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร?
A1: การแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่มีผลอย่างมากต่อราคาทองคำ หากประธานคนใหม่มีแนวคิดแบบสายเหยี่ยว (Hawkish) ซึ่งสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มักจะแข็งค่าขึ้นและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะสูงขึ้น ทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนน่าดึงดูดน้อยลงและมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ในทางกลับกัน หากเป็นสาย Dovish ที่สนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ทองคำก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นครับ
Q2: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มีบทบาทอย่างไรในการขับเคลื่อนราคาทองคำ?
A2: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยครับ เมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง สงคราม หรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ นักลงทุนมักจะหันไปหาสินทรัพย์ที่เชื่อถือได้และรักษามูลค่าได้ดีอย่างทองคำเพื่อปกป้องความมั่งคั่งของตนเอง ซึ่งจะทำให้ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นและผลักดันราคาให้สูงขึ้น
Q3: ทำไมข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เช่น PPI จึงมีความสำคัญต่อราคาทองคำ?
A3: ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในระดับผู้ผลิต มีความสำคัญอย่างยิ่งครับ หาก PPI สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้ Fed พิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงหรือแม้กระทั่งขึ้นดอกเบี้ย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและทองคำอ่อนตัวลงครับ
Q4: แนวโน้มระยะสั้นและระยะยาวของทองคำมีความแตกต่างกันอย่างไร?
A4: แนวโน้มระยะสั้นของทองคำอาจแสดงภาวะขาลงจากการเทขายทำกำไรและการปรับฐานทางเทคนิคหลังจากราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างที่เราเห็นในปัจจุบันครับ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้นได้ หากปัจจัยพื้นฐานที่หนุนทองคำ เช่น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และโอกาสในการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ในระยะยาวยังคงอยู่ ดังนั้น นักเทรดระยะสั้นอาจมองหาโอกาสในการ Short หรือซื้อเมื่อราคาปรับฐานลงลึก ขณะที่นักลงทุนระยะยาวจะมองหาโอกาสในการสะสมทองคำในจังหวะที่ย่อตัวลงครับ
Q5: ควรใช้ระดับราคาใดเป็นจุดตัดสินใจในการเข้าเทรดทองคำในสถานการณ์ปัจจุบัน?
A5: จากการวิเคราะห์ปัจจุบัน หากต้องการเข้าเทรดฝั่งซื้อ (Long) ควรพิจารณารอให้ราคาลงมาที่แนวรับสำคัญอย่าง 4,800 – 4,685 ดอลลาร์ ครับ และมองหาสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน เช่น รูปแบบแท่งเทียนที่บ่งบอกแรงซื้อ หรือตัวชี้วัด RSI ที่ออกจากภาวะ Oversold การเข้าซื้อที่แนวรับเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรเมื่อแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวกลับมา แต่หากราคาหลุดแนวรับเหล่านี้ลงไปอีก ควรพิจารณาแนวรับถัดไปที่ 4,526 ดอลลาร์ และตั้ง Stop Loss อย่างเคร่งครัดในทุกสถานการณ์เพื่อจำกัดความเสี่ยงครับ
สรุปและข้อเสนอแนะ
สถานการณ์ทองคำ (XAU/USD) ณ ปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงการปรับฐานที่รุนแรงในระยะสั้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเทขายทำกำไร การคาดการณ์เกี่ยวกับการแต่งตั้งประธาน Fed สายเหยี่ยว และข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งบางตัว อย่างไรก็ตาม แรงหนุนระยะยาวจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ในฐานะนักเทรดมืออาชีพ ผมขอยืนยันว่า การวางแผนที่รอบคอบและการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวดเป็นหัวใจสำคัญ ในสภาวะตลาดเช่นนี้ นักเทรดระยะสั้นควรระมัดระวังเป็นพิเศษและมองหาโอกาส Short ในกรอบที่จำกัด หรือรอสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน ในขณะที่นักลงทุนระยะยาวควรพิจารณาการปรับฐานนี้เป็นโอกาสในการสะสมทองคำ ณ ระดับราคาที่น่าสนใจ ด้วยเป้าหมายที่อิงกับแนวโน้มขาขึ้นหลักในระยะยาว
โปรดติดตามข่าวสารและข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพราะความผันผวนยังคงเป็นเพื่อนร่วมทางของเราในตลาดทองคำนี้! ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการเทรดครับ!